“เพราะอย่างไรเสียมันก็เปิดให้แต่รุ่นเยาว์ที่อายุต่ำกว่า 40 ปีเท่านั้นที่เข้าไปได้…ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว”
เมื่อวาจาของเมิ่งฉิงดังจบคำ จูลู่ฉี จ้าววังนภาพลันหันกลับมามองศิษย์วังนภาทั้ง 10 รวมถึงต้วนหลิงเทียน “ตอนนี้พวกเจ้าคงสัมผัสได้ถึงพลังดูดรั้งไร้สภาพที่กำลังดูดพวกเจ้าอยู่ใช่หรือไม่? ขออย่าได้ตกใจไป…เพียงปล่อยตัวไปตามแรงดูดนั่นเสีย…อาจมีช่วงหนึ่งที่สำนึกสติพวกเจ้ามิอาจรับรู้อันใดได้ แต่นั่นเป็นขั้นตอนการสร้างร่างอวตารของพวกเจ้าและย้ายสำนึกสติไปสถิตย์ยังร่างอวตาร…”
“และเพราะร่างอวตารนี้ทำให้แม้พวกเจ้าจักตกตายในแดนลับเซียน พวกเจ้าก็มิได้ตกตายจริงๆ…แต่แน่นอนว่าทันทีที่ร่างอวตารของพวกเจ้าตายตก สำนึกสติของพวกเจ้าก็จะหวนคืนสู่กายแท้…ถูกขับออกจากแดนลับเซียนทันที!”
“เช่นนั้นก็ดั่งที่ท่านจ้าวตำหนักกล่าวเอาไว้ หากพวกเจ้าคิดหวังสิ่งของประเสริฐก็จงรักถนอมชีวิตให้มาก เพื่อที่จักได้มีโอกาสพบพานโอกาสและวาสนาของพวกเจ้า…”
“เอาล่ะ ยามนี้พวกเจ้าก็เข้าไปกันได้แล้ว จงผ่อนคลายร่างกายเสีย อย่าได้แข็งขืนต่อต้าน…แดนลับเซียนจะส่งพวกเจ้าเข้าไปด้านในทีละคนๆ”
สิ้นคำกล่าวของจูลู่ฉี เหล่าศิษย์วังนภาก็เริ่มผ่อนคลายร่างกายทีละคน
และทันทีที่พวกมันปล่อยร่างกายไปตามสบาย ร่างของพวกมันก็ลอยขึ้นไปยังวังวนมหึมาบนฟ้า ก่อนที่จะถูกวังวนดังกล่าวกลืนร่างหายไป ราวกับถูกอสูรกายดุร้ายตัวเขื่องแสนน่ากลัวเขมือบ