พอเห็นตัวเป็นๆพวกมันก็อดไมได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างเสียดาย…ไฉนอัจฉริยะเช่นนี้ไม่มาเข้าร่วมกับวังของพวกมันบ้างนะ?
เมื่อเห็นว่ากระทั่งจ้าววังปฐพีกับจ้าววังลี้ลับก็มีทีท่ากระตือรือร้นนักขณะทักทายต้วนหลิงเทียน จ้าวจี้ก็ยิ่งมีโมโหหนักข้อ ร่างของมันสั่นระริกเบาๆอยู่คนเดียว ใจยังรู้สึกราวกับจะระเบิดออกมา
“30 คนพอดี…”
ต้วนหลิงเทียนว่ายตามองศิษย์ของอีก 3 วังที่เหลือ พอนับก็พบว่า 3 วังรวมกันได้ 20 คน เมื่อรวมกับคนวังนภาก็ครบ 30 พอดี
ตอนนี้เองเหล่าศิษย์ของอีก 3 วังก็หันมองมาที่ต้วนหลิงเทียนเช่นกัน
สีหน้าแววตาของพวกมันหลากหลายอารมณ์นัก บ้างก็อิจฉา แลดูริษยาก็มี
ขวับ! ขวับ! ขวับ!
……
ทันใดนั้นเองจ้าววังทั้ง 4 พลันหันไปมองทางหนึ่งอย่างพร้อมเพรียง ต้วนหลิงเทียนและเหล่าศิษย์ก็หันมองตามเช่นกัน
ห่างออกไปไกลๆ ขอบฟ้าที่เคยสงบไร้เรื่องราว ไม่นานเมฆขาวก็เริ่มปั่นป่วนปรากฏร่างคนกลุ่มหนึ่งแหวกพุ่งออกมาจากหมู่เมฆ!
หนึ่งนำสี่ตาม
ผู้ที่นำ มาในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง เป็นชายวัยกลางคนที่ใบหน้ากระจ่างปานหยกเสลา ยามเคลื่อนไหวบรรยากาศโดยรอบคล้ายสั่นไหว ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงอากาศ คล้ายกำลังเดินบนถนนส่วนตัว
ไม่เพียงเท่านั้นทั่วกายชายวัยกลางคนดังกล่าว ยังเปล่งกลิ่นอายพลังอันยิ่งใหญ่ไร้ผู้ใดในที่นี้เทียบได้ กลิ่นอายพลังที่ว่าหนาแน่นกว่าจ้าววังทั้ง 4 เล็กน้อย