จ้าวจี้กล่าวออกด้วยโทสะ “ท่านพ่อท่านลองคิดดู หากกู่ลี่มันไม่รู้จักสารเลวหลิงเทียนนั่นจริงๆ มันจะกล้าออกหน้าอย่างไร้เหตุผลได้อย่างไร? ถึงปากมันจะบอกไม่รู้จักหลิงเทียนมาก่อนและช่วยหลิงเทียนเพราะถูกชะตาจริง…แต่ไฉนหลิงเทียนนั่นมันถึงกล้าตบหน้าข้าต่อหน้าผู้คนเช่นนั้นเล่า!”
“และท่านต้องทราบด้วยว่าตอนนั้นไม่เพียงแต่ข้า แต่ยังมีพี่ไป๋ฉวี่กับพี่เฮยถูอยู่ ทว่าหลิงเทียนนั่นมันยังสงบไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย…มันก็แค่เซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด ไฉนยังสงบต่อหน้าชนชั้นอริยะเซียนได้หากไร้ผู้คนช่วยเหลือ?”
จ้าวจี้กล่าวฟ้องออกมาน้ำลายแตกฟอง ยิ่งมาท่าทางของมันยิ่งมีโมโหนัก
“จี้เอ๋อ…”
จ้าวเติงมองจ้าวจี้ที่กำลังโมโหค่อยกล่าวเสียงอ่อน “เจ้าเองก็รู้ดีว่าใครหนุนหลังกู่ลี่…กระทั่งพ่อเองก็ไม่อาจแตะต้องมันได้”
“ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้ารู้”
จ้าวจี้พยักหน้ารับด้วยความโกรธแค้น “ท่านแตะต้องกู่ลี่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรอย่างไรเสียบิดามันก็คืออาวุโสผู้พิทักษ์กู่ แต่พอข้าคิดว่าหลิงเทียนบัดซบนั่นมันรอดตัวไปได้ ข้าไม่อาจทนไหว! พรสวรรค์มันร้ายกาจแล้วอย่างไร? วันนี้มันยังไร้ฐานะแท้ๆ แล้วหากวันหน้ามันมีฐานะเล่า จะไม่โอหังมากกว่านี้เหรอ?!”
“แถมขนาดวันนี้มันมิมีฐานะอันใดมันยังกล้าตบหน้าข้าต่อหน้าผู้คน…ต่อไปวันหน้ามิใช่ว่ามันจะกล้าเหยียบหัวข้าเลยหรอ?”