นอกจากนี้มันยังได้ยินมานานแล้วว่าหวางเฟยเซวียนใกล้ทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นกลาง เช่นนั้นความก้าวหน้าของนางก็มีเหตุผล
‘ไม่คิดเลยว่าศิษย์ที่เข้าร่วมวังนภาครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะมีอัจฉริยะอย่างหลิงเทียน…หวางเฟยเซวียนคนนี้อายุยังเยาว์กว่าเกาเผิงและจ้าวจี้เสียอีก ความสำเร็จของนางมากพอจะบอกว่านางมิได้ด้อยกว่าพวกมันทั้งคู่’
คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเซียวยี่ก็ตื่นเต้นไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะหลิงเทียนหรือหวางเฟยเซวียนมันก็เป็นคนรับเข้าวังนภาทั้งคู่
ในที่สุดเหล่าศิษย์ขบเขตเซียนดั้งเดิมขั้นสูงสุดก็เริ่มทนรับแรงกดดันไม่ไหว ต่างทยอยร่วงตกฟ้าไปทีละคนๆ
เมื่อต้วนหลิงเทียนพบว่ารวมตัวเขาก็มีคนลอยอยู่บนฟ้าเพียง 10 คน แรงกดดันไร้สภาพที่กดทับลงมาก็หายไปทันที…ผลลัพธ์ออกมาแล้ว
หากใครสังเกตุให้ดีจะพบว่า นอกจากต้วนหลิงเทียนที่ไม่เป็นอะไรเลยอยู่คนเดียว ไม่ว่าหวางเฟยเซวียน เกาเผิง และจ้าวจี้ ล้วนหายใจถี่ขึ้นทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าแรงกดดันระลอกสุดท้ายมีผลกับพวกมัน
แน่นอนว่าแรงกดดันเพียงมีผลกับพวกมันแค่เล็กน้อย
“หลิวเจี้ยน ข้าขอแสดงความยินดีด้วย”
เริ่นเฟยมองหลิวเจี้ยนด้วยสายตาอิจฉา ที่อีกฝ่ายได้สิทธิ์เข้าแดนลับเซียน
หลิวเจี้ยนเป็นคนของคฤหาสน์คลื่นคลั่ง 1 ใน 2 ผู้ที่ต้วนหลิงเทียนคิดช่วยเหลือในแดนลับเซียน
“ขอบคุณ”