สำหรับศิษย์วังนภาที่บรรลุเซียนขัดเกลาอย่างต้วนหลิงเทียน หวางเฟยเซวียน เกาเผิง จ้าวจี้ ทั้งหมดยังคงเหินลอยกลางหาวอย่างไร้เรื่องราว คล้ายไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันแม้แต่น้อย
ด่านพลังเซียนขัดเกลานับว่าต่างจากเซียนดั้งเดิมมากเกินไป ความแข็งแกร่งจึงห่างไกลกว่าที่ศิษย์ทั่วไปจะเทียบได้
สถานการณ์ย่อมตรงกันข้ามกับเซียนดั้งเดิมทั้งหลาย หลิวเจี้ยนและเริ่นเฟยตอนนี้หน้าพวกมันเริ่มแดง หน้าผากปรากฏเม็ดเหงื่อผุดซึม ร่างกายยังเริ่มสั่นระริก เห็นชัดว่ายากที่พวกมันจะทานทนอยู่ได้อีกนาน!
ตุบ!
ไม่นานศิษย์วังนภาอีกคนก็ไม่อาจทานทนรับไหวสืบไป ร่างมันร่วงตกจากฟ้าไปกองบนลานศิลา แน่นอนว่านี่หมายความว่าพวกมันสิ้นวาสนากับแดนลับเซียนแล้ว
“เจ้าเริ่นเฟยนั่น…”
ต้วนหลิงเทียนที่สบายๆกับแรงกดดัน จึงมีเวลาว่ายตามองเรื่องราวโดยรอบ สุดท้ายพอสายตาไปตกที่ร่างเริ่นเฟยเขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เพราะเห็นว่าตอนนี้สภาพของเริ่นเฟยไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
“เกรงว่ามันคงจะถูกคัดออกแล้วล่ะ”
ตอนนี้เองเสียงของหวางเฟยเซวียนพลันดังขึ้นในหูเขาพอดี นางเองก็เห็นถึงสถานการณ์ของเริ่นเฟยเช่นกัน “ความหวังดีของเจ้า ท่าทางมันจะไม่มีวาสนาได้รับ…”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ ก่อนที่จะหันไปมองที่หลิวเจี้ยนอย่างไม่รู้ตัว