พอคิดมาถึงจุดนี้ใจเกาเผิงอดไม่ได้ที่จะเต้นรัวขึ้น ยังแทบกระดอนออกนอกอก
ในตำหนักฟ้าลี้ลับ ผู้ที่มีพลังฝีมือร้ายกาจที่สุดก็คือจ้าวตำหนัก! วาจาของจ้าวตำหนักถือเป็นเด็ดขาด!!
อย่างไรก็ตามเพราะศิษย์มากพรสวรรค์ที่รักเอ็นดูตกตายไป มันจึงไม่คิดรับศิษย์อีกเลย…บางคนกล่าวว่า จ้าวตำหนักกลัวศิษย์คนที่สองจะตกตายอีก เช่นนั้นจึงไม่คิดยอมรับใคร เพียงกล่าวอ้างว่ารอคนที่จะมีพรสวรรค์ทัดเทียมกับศิษย์คนแรกเท่านั้น
เท่าที่มันรู้ ศิษย์คนแรกของจ้าวตำหนักนั้นเพียงอายุได้ 20 กว่าปี ทว่าพลังฝึกปรือกลับบรรลุถึงเซียนดั้งเดิมขั้นต้นแล้ว หากมีเวลาฝึกฝนบ่มเพาะอีกสัก 10 ปี ถึงแม้ไม่แน่ว่าจะบรรลุถึงเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด ทว่าอย่างน้อยๆก็ต้องบรรลุเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญ!
‘พรสวรรค์ของหลิงเทียนสมควรเหนือล้ำกว่าศิษย์เก่าท่านจ้าวตำหนัก…และจากการที่รองจ้าววังกับศิษย์พี่หวังพียังสงบอยู่ได้…ทั้งคู่สมควรล่วงรู้อันใดมาแน่นอน! ทั้งคู่อาจรู้ว่าท่านจ้าวตำหนักต้องตาพึงใจพรสวรรค์ของหลิงเทียนกระทั่งคิดรับเป็นศิษย์!!’
ตอนนี้เกาเผิงเองก็คงไม่ได้รู้ตัวเลย ว่าที่มันคาดเดาไปเองนั้นที่แท้กลับเป็นจริง!
‘ข้าคิดว่าหลิงเทียนสมควรรู้ตัวแล้วว่าจะได้เป็นศิษย์ของท่านจ้าวตำหนัก…ด้วยเหตุนี้จึงกล้าปฏิบัติกับจ้าวจี้ด้วยท่าทีเช่นนี้!’
พอคิดถึงเรื่องนี้ เกาเผิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา และไม่คิดกังวลกับต้วนหลิงเทียนอีกต่อไป