“พอเจ้าพูดขึ้นมาแบบนี้…ข้าคิดว่าอาจเป็นเช่นนั้นจริงๆ! ตอนนั้นลี่เฟิงได้อาวุโสของพวกเราคอยยืนหยัดเคียงข้าง ทั้งได้รับการปกป้องอย่างดีระหว่างการประลองยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง บางทีลี่เฟิงอาจรู้สึกติดค้าง…หลิงเทียนสมควรสนิทสนมกับลี่เฟิงเป็นแน่ถึงได้คิดตอบแทนบุญคุณแทนลี่เฟิงเช่นนี้…”
เริ่นเฟยพยักหน้า มันเองก็เห็นด้วย
หลังจากที่เริ่นเฟยกับหลิวเจี้ยนหารือกันไปสักพัก ก็คิดว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ
ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบพวกมันไม่เคยคิดถึงเรื่องที่ลี่เฟยที่ปรากฏตัวในคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง กับหลิงเทียนที่อยู่เบื้องหน้าจะเป็นคนๆเดียวกันเลย
เหตุผลนั้นเป็นเพราะพวกมันมั่นใจว่าหลิงเทียนไม่ได้ปลอมแปลงรูปโฉมอะไรมา และในการประลองยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องตอนนั้น อาวุโสของพวกมันก็ยืนยันแล้วว่าลี่เฟิงไม่ได้ปลอมแปลงหน้าตาเช่นกัน
นอกจากนี้ถึงแม้พวกมันจะไม่เคยเห็นลี่เฟิงตัวจริง แต่พวกมันก็ได้ดูภาพเหมือนลี่เฟิงมาแล้ว และหลิงเทียนตรงหน้ามองมุมไหนก็ไม่คล้ายลี่เฟิงเลย
ลี่เฟิงต่างจากหลิงเทียนที่แลดูหล่อเหลานัก เพราะใบหน้าลี่เฟิงค่อนไปทางเย็นชาไม่รับแขก ให้ความรู้สึกคล้ายหมาป่าเดียวดายที่ชมชอบการพเนจร
“เจ้าว่า…หลิงเทียนกับลี่เฟยจะเป็นศิษย์ร่วมสำนักกันรึเปล่า?”
เริ่นเฟยมองหลิวเจี้ยน พร้อมกล่าวออกด้วยน้ำเสียงสงสัย
“อาจเป็นได้!”
หลิวเจี้ยนเองก็ไม่แน่ใจ แต่พอคิดดูก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง