อย่างไรก็ตามตอนนั้นเขาเพียงฟังหูซ้ายทะลุหูขวาไปเท่านั้น เพราะในเมื่ออีกฝ่ายพลังฝีมือทัดเทียมกับกัวลู่ ก็ไม่ได้มีอะไรให้เขาสนใจ
“คู่แฝด? ส่งกระแสจิต?”
แม้ต้วนหลิงเทียนจะเคยได้ยินเรื่องพี่น้องสกุลลั่วมาบ้าง แต่เขาก็ไม่รู้อะไรมากนัก พึ่งมารู้ก็ตอนที่กัวลู่กับหวางเฟยเซวียนกล่าวบอกเท่านั้น
“ศิษย์พี่กัวลู่ พี่น้องสกุลลั่วกับข้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำไมพวกมันถึงต้องมาท้าข้าด้วยล่ะ?”
ต้วนหลิงเทียนส่งเสียงกล่าวถาม
กัวลู่ไม่คิดปิดบังอะไร กล่าวบอกเรื่องราวความบาดหมางของมันกับพี่น้องสกุลลั่วออกไปทันที สุดท้ายยังกล่าวขอขมาต่อต้วนหลิงเทียน “ศิษย์น้อหลิงเทียน ข้าต้องขออภัยต่อเจ้าด้วย ข้ามิคิดลากเจ้าลงปลักโคลนเช่นนี้ แต่ทั้งสองคนนั่นมันทำเกินไป…นอกจากนี้ข้าคิดว่าด้วยพลังฝีมือของเจ้า คิดเอาชนะพวกมันคงไม่ใช่เรื่องยาก”
“อย่างไรก็ตามหากพวกมันขอร่วมมือกันกลุ้มรุมเจ้าล่ะก็ เจ้าอย่าได้ตอบรับพวกมันเด็ดขาด…เพราะถึงตอนนั้นต่อให้เจ้าไม่สู้ก็ไม่มีใครว่าอะไรเจ้าได้ ยังจะมีแต่คนว่าพวกมันว่าสู้ตัวๆไม่ได้จำต้องกลุ้มรุม”
วาจาท้ายประโยคของกัวลู่ย้ำเตือนอีกครั้ง
หลังได้ยินกัวลู่เล่าเรื่องพี่น้องสกุลลั่วแบบนี้ ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกรังเกียจพวกมันทันที
หากพวกมันมาท้าประลองเพราะอยากขัดเกลายกระดับฝีมือก็ไม่นับเป็นอะไร เพราะนั่นเป็นเรื่องปกติของชาวยุทธ์ที่แสวงหาความแข็งแกร่ง