วาจาที่สตรีนางนั้นกล่าวต่อออกมาเต็มไปด้วยความสาสมใจนัก
“เหวินเยี่ยน เจ้าเป็นคนไปแจ้งรองจ้าวหอเจี่ยงงั้นหรือ?!”
แม้ไม่ทราบว่าไฉนสตรีนางนี้ถึงได้ล่วงรู้เรื่องนี้ได้ หากแต่ก่านหรูเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงไปกล่าวถาม และในน้ำเสียงที่ส่งไปก็เต็มไปด้วยเพลิงโทสะอันยากระงับ
“ทำไม? หรือเจ้าคิดว่าการที่ข้าไปแจ้งเรื่องนี้กับรองจ้าวหอเจี่ยงเป็นเพราะความแค้นส่วนตัวงั้นเหรอ?”
เสียงของเหวินเยี่ยนยังเปี่ยมล้นไปด้วยความสะใจ “ในฐานะศิษย์ของลัทธิบูชาไฟ ทุกคนล้วนมีหน้าที่ต้องช่วยกันดูแลรักษากฏ…หากเจ้าคิดว่าข้าไปแจ้งเรื่องนี้กับรองจ้าวหอเจี่ยงเพราะความแค้นส่วนตัว เจ้าก็ไปฟ้องร้องให้ท่านรองจ้าวหอเจี่ยงปล่อยคนเองเถอะ!!”
กล่าวจบคำมุมปากของเหวินเยี่ยนก็แสยะยิ้มออกมาด้วยความถูกใจ
นางกับก่านหรูเยี่ยนนั้นล้วนเป็นรุ่นเยาว์อัจฉริยะของลัทธิบูชาไฟ อนิจจานางกลับถูกก่านหรูเยี่ยนสะกดข่มเอาไว้ทุกเรื่อง เสมือนนางอยู่ใต้เงาของก่านหรูเยี่ยนมาโดยตลอด ทำให้นางคับแค้นทั้งจนปัญญาจะสู้นัก
จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีก่อน นางกลับพบว่าก่านหรูเยี่ยนลอบนำพาคนผู้หนึ่งเข้ามาอยู่ในลัทธิ และหลังจากใช้เวลาสืบค้นเรื่องราวอยู่ถึง 2 ปีในที่สุดนางก็พบว่าคนที่อีกฝ่ายลอบพากลับมาคือใคร!
และด้วยวิธีนี้ มันทำให้นางมีโอกาสต่อกรกับก่านหรูเยี่ยน!
ก่อนหน้านี้ไม่ว่านางจะทำอย่างไร นางก็ไม่เคยชนะก่านหรูเยี่ยนสักครั้ง!
ทว่าวันนี้นางชนะแล้ว!