แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เพราะเขาอยู่ในตำหนักฟ้าลี้ลับ ขุมพลังกึ่งชั้น 3 ที่เรียกว่าเป็นขุมพลังระดับแนวหน้าของภูมิภาคเบื้องล่างดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า ที่แห่งนี้มีหลายสิ่งอย่างที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน และเขาเป็นคนที่ชอบรู้เขารู้เราเสมอ
‘ค่อยๆดูไปแล้วกัน…เดือนเดียวก็น่าจะพอ’
เมื่อคิดได้ดังนั้นต้วนหลิงเทียนก็เริ่มมองหาหนังสือที่จำเป็นกับเขาก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆที่แปลกๆนั้นเขายังไม่คิดแตะต้อง เพราะเวลาเขามีจำกัด
หลังจากได้อ่านตำราทั้งบันทึกเรื่องราวที่สงสัยไปสักพัก ขอบเขตพลังที่เหนือกว่าอริยะเซียนก็คล้ายเปิดประตูให้ต้วนหลิงเทียนก้าวเข้าไปสัมผัส
‘หลังจากด่านพลังอริยะเซียน ก็คือ เซียนมนุษย์…’
‘เมื่อทะลวงถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ ผู้ฝึกตนจะมีความสามารถในการใช้เวทย์พลัง…อันเป็นพลังสามารถหลักของขอบเขตเซียนมนุษย์ได้ และนอกจากจะเพาะสร้างเวทย์พลังเอาไว้ใช้เองแล้ว ยังสามารถเพาะสร้างเวทย์พลังให้ผู้อื่นได้เช่นกัน โดยการเพาะสร้างต้นแบบหรือตัวอ่อนของเวทย์พลังไว้ให้กับผู้อื่น…’
‘แต่การเพาะสร้างตัวอ่อนหรือต้นแบบเวทย์พลังนี้ให้ผู้อื่นก็เสมือนยกให้ผู้อื่นไปเปล่าๆ ไม่อาจควบคุมใช้งานด้วยตัวเองได้อีก… ‘
เมื่ออ่านบันทึกเรื่องราวของความสามารถในขอบเขตเซียนมนุษย์อย่างเวทย์พลังแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็นึกถึง ปีกอีกาทองคำ ทันที