สำหรับเรื่องอื่นๆบนตำหนักหลักนั้นไม่ได้ล่อลวงใจเขาแม้แต่น้อย
ก็จริงที่ตำหนักหลักบนเกาะลอยฟ้าจะมีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะที่ดีกว่า
ทว่าสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะภายในเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติของเขา ก็เป็นอะไรที่เหนือกว่าพื้นที่บนตำหนักหลักของตำหนักฟ้าลี้ลับเสียอีก ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับต้วนหลิงเทียนที่จะมีที่บนตำหนักหลักหรือไม่..
ฟุ่บ!
ดังสายลมกรรโชกหอบหนึ่งซัดโถม ร่างคนกลับกลายคล้ายภูตผี พุ่งวูบไปยังเกาะลอยฟ้าเหนือม่านเมฆด้วยความเร็วสูง
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
……
ทว่าก่อนที่ร่างดังกล่าวจะบรรลุถึงเกาะลอยฟ้า พลันถูกร่างคนกลุ่มหนึ่งพุ่งมาปิดกั้นเส้นทางเอาไว้
เจ้าของเงาร่างกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่สวมชุดเกราะเฉพาะของตำหนักฟ้าลี้ลับ!
ในตำหนักฟ้าลี้ลับนั้น มีเพียงศิษย์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นถึงสวมใส่ชุดเกราะเช่นนี้ได้
ส่วนศิษย์ทั่วไป เพียงใช้ป้ายประจำตัวบอกฐานะก็พอ
“เจ้าเป็นศิษย์ของวังนภางั้นหรือ?”
ท่ามกลางเหล่าศิษย์ในชุดเกราะที่ปรากฏตัวขึ้น ชายวัยกลางคนที่คล้ายผู้นำกลุ่มเพียงว่ายตามองผู้เหินร่างขึ้นมาปราดเดียวก็ระบุอัตลักษณ์ได้จากคำ ‘นภา’ ที่สลักไว้บนป้ายประจำตัว ซึ่งผู้ที่เหินขึ้นมาก็ห้อยแขวนให้เห็นไว้ที่เอวชัดเจน
“หลิงเทียน ศิษย์ใหม่ของวังนภายินดีที่ได้พบทุกท่าน”
ผู้ที่เหินร่างขึ้นมานี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นต้วนหลิงเทียนเอง