เรื่องนี้ทำให้ต้วนหลิงเทียนอดคิดไปในใจเสียไม่ได้ ‘ข้าพึ่งเจอมันครั้งแรกแท้ๆ ไหงมันเขม่นข้าแล้วล่ะ?’
ในขณะเดียวกันกลุ่มคนลาดตระเวนที่อึ้งไป ก็หวนกลับมาครองสติกันถ้วนหน้า และตอนนี้ทั้งหมดก็ตระหนักได้ถึงกลิ่นดินปืนที่คละคลุ้งในบรรยากาศระหว่างผู้นำหน่วยของมันกับต้วนหลิงเทียนทันที
ครู่ต่อมาพวกมันก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบกันเบาๆ
“ข้าเกือบลืมไปเลย! ว่าน้องชายของศิษย์พี่หวงตงเลือกที่จะปิดด่านบ่มเพาะไม่ยอมออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันตั้งแต่ถูกหลิงเทียนมอบความอัปยศให้…กระทั่งยังลั่นวาจาไว้ว่าหากไม่ทะลวงด่านพลังจะไม่ออกมาเด็ดขาด…”
“ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน ถึงหวงจี้จะไปหาเรื่องหลิงเทียนก่อน แต่การกล้อนผมผู้อื่นก็ทำเกินไปจริงๆ…”
“เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะแพร่อยู่ในวังนภาเท่านั้นนะ เห็นว่าทุกวังล้วนรับทราบเรื่องราวหมดแล้ว เรียกว่าจังหวะนี้หวงจี้เป็นตัวตลกในวงสนทนาก็ว่าได้…ศิษย์พี่หวงตงเองก็มีน้องชายคนเดียว ใยจะไม่มีโมโหได้”
“นั่นสิ คงไม่เป็นอะไรหากหลิงเทียนไม่โผล่มาให้ศิษย์พี่หวงตงเห็น เพราะอย่างไรศิษย์พี่ก็ต้องทำหน้าที่ลาดตระเวนไม่อาจละเลยหน้าที่ออกไปล้างแค้นได้ แต่นี่หลิงเทียนกลับโผล่มาหาศิษย์พี่หวงตงเองแบบนี้ นับว่าเปิดโอกาสให้ศิษย์พี่แล้วจริงๆ…อีกทั้งถ้าหากศิษย์พี่ไม่ลงมือทำอะไร น่ากลัวคงได้ชื่อว่าตัวขี้ขลาดไม่ผิดแน่ถ้าเรื่องในวันนี้แพร่ออกไป! เพราะไม่กล้าแม้แต่จะล้างแค้นให้น้องชายคนเดียว..”
……