ด้านหวางเฟยเซวียนพอได้ยินคำขอโทษของต้วนหลิงเทียน ก็หน้าเสียทันใด “เจ้า…เห็นข้าแล้วนึกถึงคู่หมั้นงั้นเรอะ?!”
ดั่งที่คาดไว้ไม่มีผิด เรื่องนี้นับว่าเสียมารยาทนัก เพราะสำหรับสตรีนี่มันเรื่องอัปยศชัดๆ!
“ขออภัยด้วย…”
ต้วนหลิงเทียนย่อมรู้เรื่องนี้ดี คำขอโทษครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความจริงใจ
เมื่อได้ยินคำขอโทษของต้วนหลิงเทียน ทั้งเห็นสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังของอีกฝ่าย โทสะในใจหวางเฟยเซวียนก็ลดลงไปไม่น้อย “สหายแซ่หลิง…ในเมื่อเจ้ามองข้าแล้วเห็นเป็นคู่หมั้น ไม่ใช่สมควรมีความสุขรึไง? แล้วไฉนแลดูเจ้าเศร้านักเล่า?”
“คู่หมั้นของข้า…ช่างเถอะ พูดไปเจ้าก็ไม่เข้าใจหรอก…”
ต้วนหลิงเทียนที่กำลังเซื่องซึมคล้ายจะกล่าวเปิดใจออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว ทว่ายังดีที่เขารู้สึกตัวได้ทัน จึงระงับวาจาเอาไว้
“เพ้ย! เจ้าหมายความว่าอะไร ที่พูดแล้วข้าก็ไม่เข้าใจ?!”
หวางเฟยเซวียนโพล่งออกด้วยความหงุดหงิด “เจ้ายังไม่ทันพูดออกมาแท้ๆ! แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไม่เข้าใจ?”
“ข้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว…”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา สำหรับเขาแล้วเรื่องของเค่อเอ๋อก็เป็นดั่งแผลใจ การพูดถึงอีกครั้งย่อมไม่ต่างอะไรกับราดเกลือลงแผล
“ฮั้ย! เจ้าทำเช่นนี้ไม่ได้นะ! เจ้ามาเปิดเรื่องยั่วให้ข้าสนใจอยากรู้แล้ว อยู่เจ้าจะมาหนีไปแบบนี้ไม่ได้! เจ้าต้องเล่ามาให้ข้าฟัง! ไม่งั้นข้าจะมาร้องตะโกนเรียกเจ้าทุกวัน เอาให้เจ้าปวดประสาทมิอาจบ่มเพาะอันใดได้!!”