บางทีชายเบื้องหน้าอาจไม่ร้ายกาจเท่าลี่เฟิง แต่อีกฝ่ายก็แข็งแกร่งกว่านางแน่นอน!
“เจ้ามองพอรึยัง?”
กว่าหวางเฟยเซวียนจะคืนสติ ก็ตอนที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมาด้วยคิ้วที่ขมวดเป็นปม เพราะเขาเองก็เห็นนางมองเขาอยู่นานแล้ว
“ใครมองเจ้ากัน!”
หวางเฟยเซวียนโพล่งคำสวนกลับ ใบหน้างามน่ารักขึ้นสีแดงเรื่อด้วยเขินอายเล็กน้อย พยายามทำท่าฮึดฮัดกลบเกลื่อน
“ข้าแค่ถามว่าเจ้ามองพอรึยัง ข้าไปถามว่าเจ้ามองข้าอยู่ตอนไหน? เจ้ากินปูนร้อนท้องเองรึเปล่า?”
ต้วนหลิงเทียนโค้งคิ้วขึ้น มุมปากยังยกยิ้มแสยะ
เขาไม่คิดเหมือนกันว่าหวางเฟยเซวียนที่แลดูดุร้ายเอาแต่ใจ จะเผยสีหน้าเก้อเขินแบบนี้ออกมาได้ จะว่าไปก็แลดูน่ารักไม่น้อย
แต่เมื่อเห็นว่ายิ่งมาหน้าหวางเฟยเซวียนยิงแดงขึ้นด้วยความอาย ต้วนหลิงเทียนก็คร้านสนใจอะไรนางอีกเพียงหันหลังเดินกลับเข้าบ้านทันที ด้วยกริ่งเกรงจะมีเรื่องดั่ง ‘วิกาลยาวนานฝันยุ่งเหยิง’
ปึง!
กระทั่งเสียงปิดประตูดังขึ้น หวางเฟยเซวียนที่ยืนอายจึงค่อยรู้สึกตัว นางกำหมัดสีชมพูน้อยแน่นด้วยความโกรธปากบ่นงึมงำ “เจ้าทึ่มนั่นมันไม่รู้อะไรเลยรึไง!?”
‘ไม่รู้อะไรเลย?’
ต้วนหลิงเทียนที่พึ่งปิดประตูบ้าน ย่อมได้ยินวาจากล่าวบ่นนี้ของหวางเฟยเซวียนดี อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมา
เรื่องที่หวางเฟยเซวียนสนใจเขา ไหนเลยเขาจะไม่รู้