“อ๋อ เรื่องนี้น่ะรึ ข้าได้ยินมาแล้ว…ยังกล่าวกันว่าในการประลองยังมียอดฝีมือที่ร้ายกาจปานปีศาจปรากฏตัวขึ้นมา กระทั่งคฤหาสน์ข้ามฟ้ากับคฤหาสน์คลื่นคลั่งยังต้องตาพึงใจถึงกับยืนหยัดช่วยเหลือ…แต่สุดท้ายยอดฝีมือพเนจรผู้นั้นกลับหายตัวไปไปดั่งนกหลุดกรง ไม่ไว้หน้ารองผู้นำคฤหาสน์ข้ามฟ้าเริ่นจงกับอาวุโสลำดับ 2 ของคฤหาสน์คลื่นคลั่ง หลิวหงกวง”
“อันที่จริงเรื่องนี้ก็เข้าใจได้มิยาก ด้วยพลังฝีมือกล้าแข็งของมัน อย่าว่าแต่ขุมพลังชั้น 4 เลย ต่อให้เป็นขุมพลังกึ่งชั้น 3 ข้ากลัวว่ายังจะรีบไปเชิญให้มันเข้าร่วมด้วยซ้ำ…นอกจากนี้แดนลับเซียนของตำหนักฟ้าลี้ลับเองก็ใกล้จะเปิดเต็มที จึงประกาศรับสมัครอัจฉริยะที่อายุมิเกิน 40 ปีกันให้วุ่น…ข้าเชื่อว่าผู้ฝึกตนพเนจรผู้นั้นย่อมบังเกิดความสนใจ และตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดกับตัวเป็นแน่!”
“เฮ่ ข้าว่าคนผู้นั้นคงไม่ปล่อยให้คฤหาสน์ข้ามฟ้ากับคฤหาสน์คลื่นคลั่ง ‘นก’ เพราะสาเหตุนี้หรอก…เพราะจากที่ข้าทราบมาตอนที่จัดการประลองยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง ข่าวที่ตำหนักฟ้าลี้ลับเฟ้นหาอัจฉริยะที่บรรลุขอบเขตเซียนก่อนอายุ 40 ปียังมิทันแพร่ไปถึงเขตอิทธิพลหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเลยมิใช่หรือ?”
……
ทั้งสองคุยกันเสียงดังไม่น้อย เช่นนั้นวาจาของพวกมันทั้งคู่ย่อมดังเข้าหูต้วนหลิงเทียนชัดทุกคำ ยังทำให้เขาอดยิ้มออกมาเสียไม่ได้