ทว่าหลังการสู้รบ ไม่แคล้วตำหนักเมฆาครามจำต้องสูญเสียกำลังรบไปกว่า 8 ส่วนอย่างที่มิอาจหลีกเลี่ยง ทำให้ตำหนักเมฆาครามเองก็ไม่คิดจะไประรานอะไรตำหนักฟ้าลี้ลับ เพราะเข้าทำนองโจมตีผู้อื่นไปพันฟันร่างตัวเองไปแปดร้อยแผล
หลังจากรบกันแล้วแม้ตำหนักเมฆาครามจะชนะ แต่ก็ไม่พ้นต้องถูกทำลายเช่นกัน
ทั้งยังมีคำกล่าวที่ว่า ‘ตั๊กแตนจ้องจับจั๊กจั่นไม่รู้ภัยนกขมิ้นอยู่ด้านหลัง’ ไม่ต้องกล่าวถึงขุมพลังชั้น 3 อื่นใด เอาแค่ขุมพลังที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกันมาตลอดอย่างตลาดมืดหยินชาน…ย่อมไม่คิดพลาดซ้ำคนล้มแน่นอน!
ก็ใช่ ที่การกล่าวถึงเรื่องพวกนี้อาจเป็นอะไรที่อยู่ไกลตัวเกินไปหน่อย…
“อย่าได้บอกข้าเชียว…ว่าเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นคนของขุมพลังกึ่งชั้น 3 คนเดียว?”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองไปยังอวิ๋นคุน ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจาประโยคนี้ออกมา ไม่ใช่แค่อวิ๋นคุนที่อึ้งไป กระทั่งจูมูจื่อ จูหยวนและจูเลี่ย ยังถึงกับตกตะลึงไปเช่นกัน
หรือชายหนุ่มหน้าตาแลดูธรรมดาผู้นี้ ก็เป็นคนของขุมพลังกึ่งชั้น 3 เช่นกัน!?
“เจ้าเองก็เป็นคนของขุมพลังกึ่งชั้น 3 ด้วย?!”
อวิ๋นคุนเลิกคิ้วขึ้น กล่าวถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แม้จะแลดูสุภาพกว่าตอนแรก แต่ก็ยากจะปิดความถือดีของมันได้หมด