ครู่ต่อมาเป็นจูหยวนที่กล่าวออก “สหาย ข้าคือฮ่องเต้ฝูเฟิง ดูเหมือนว่าก่อนหน้าสหายกับตระกูลราชวงศ์เราคล้ายจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่ ข้าสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่สหายจะออกมากล่าวสนทนากับพวกเราสักครั้ง?”
วาจาที่จูหยวนกล่าวออกค่อนข้างสุภาพไม่น้อย มันไม่ได้วางอำนาจในฐานะฮ่องเต้แต่อย่างไร
“ฮ่องเต้ฝูเฟิง?”
ในขณะเดียวกัน เมื่อได้ยินคำของจูหยวนพร้อมลายปักมังกรบนชุดคลุมอีกฝ่าย ป๋ายลี่หงจึงตระหนักได้ว่า…เบื้องหน้าของมันที่แท้ก็คือฮ่องเต้ฝูเฟิง!
อย่างไรก็ตามแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นฮ่องเต้ฝูเฟิงป๋ายลี่หงก็เพียงประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้น
ฮ่องเต้ฝูเฟิงแล้วจะอย่างไร?
เบื้องหลังมันมีแม้แต่ยอดฝีมือที่ไม่หวาดกลัว อาจารย์อวิ๋น ที่บรรลุพลังฝึกปรือเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด!
คนผู้นี้สมควรเป็นสหายของศิษย์น้องมัน!
“ค่อยมาสนทนากันหลังจากที่ทุกคนมากันครบเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนที่ซ่อนตัวในความมืดมิดอย่างแยบคายกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย เขายังแกล้งทำเสียงแหบแห้งเหมือนเดิม เช่นนั้นจึงยากที่ใครจะเชื่อมโยงเสียงนี้กับตัวตนที่แท้จริงของเขา
เสียงที่ดังก้องออกมาจากทั่วสารทิศรอบนี้ ทำให้จูหยวนและผู้ที่มาด้วยอีกคนชมวดคิ้วทันที
ค่อยมาสนทนากันหลังจากที่ทุกคนมากันครบ?
นั่นหมายความว่าอะไร