“เป็นไปมิได้ ไม่นานมานี้มิใช่สื่ออวิ๋นพึ่งถูกแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลราชวงศ์เราซัดจนบาดเจ็บหรอกหรือ ข้ามั่นใจว่านางยังมิหายดี…ทั้งนางยังจะกล้าหวนกลับมาวังหลวงอีกหรือไร? เพราะอาจารย์อวิ๋นได้กล่าวไว้แล้วว่าหากนางก้าวมาเหยียบวังหลวงอีกครั้ง อาจารย์ก็มิรังเกียจที่จะฆ่านาง!”
“นั่นสิ เว้นแต่นางจะไม่กลัวตาย หาไม่แล้วไหนเลยยังจะกล้ากลับมา”
“เช่นนั้นหากมิใช่สื่ออวิ๋น ประมุขนิกายอัคคีล่องลอยแล้วจะเป็นผู้ใดที่สามารถขจัดผลของโอสถผนึกแรกกำเนิดได้อีก ในประเทศฝูเฟิงเรามีเซียนขัดเกลาน้อยคนนัก อีกทั้งคนที่พอมีสัมพันธ์กับป๋ายลี่หงก็มีแต่นาง”
“ข้าก็คิดไม่ออก”
……
เหล่าอาวุโสของตระกูลราชวงศ์กระซิบกระซาบกัน แม้เสียงของพวกมันจะไม่ได้ดังอะไร แต่ป๋ายลี่หงเองก็ได้ยิน และยังตกตะลึงไปเช่นกัน
ครู่ต่อมาป๋ายลี่หงเองก็อดไม่ได้ที่จะสะท้านในใจ
มาตอนนี้มันพึ่งนึกได้ ว่าผลของโอสถผนึกแรกกำเนิดได้หายไปแล้ว
โอสถผนึกแรกกำเนิดมันเองก็เคยได้ยินมาก่อนแล้ว ทั้งยังประสบเข้ากับตัวจึงรู้ดีว่าผลของโอสถยากจะขจัดออก
ยิ่งไปกว่านั้นแม้ขุมพลังชั้น 6 อย่างตระกูลราชวงศ์ประเทศฝูเฟิงอาจจะมีโอสถผนึกแรกกำเนิดระดับสูง แต่โอสถผนึกแรกกำเนิดที่มันถูกบังคับให้กลืนก็ไม่ได้มีระดับสูงอะไร เพราะแค่ระดับต่ำก็มากพอจะผนึกปราณแรกกำเนิดในร่างของมันได้แล้ว
ทว่าแค่โอสถผนึกแรกกำเนิดระดับต่ำ ก็จำต้องใช้ขอบเขตเซียนขัดเกลาในการขับฤทธิ์ยา!