และพอทุกคนมองไป ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่แต่มีอาวุโสคนหนึ่งของตระกูลราชวงศ์กำลังวิ่งหนี อนิจจาก่อนที่มันจะทันได้ไปไหนไกลร่างของมันพลันชะงักค้าง…หว่างคิ้วปรากฏหลุมโลหิตอันน่าสยดสยองหลุมหนึ่ง
ซูด! ฟืด!
……
ครู่ต่อมาเสียงสูดลมหายใจเข้าพลันดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
“เร็วนัก!”
ในบรรดาคนทั้งหมด มีเพียงฮั่วจินเท่านั้น ที่พอมองเห็นได้รางๆว่าเมื่อครู่ มีรังสีกระบี่สายหนึ่งปรากฏขึ้นในเสี้ยวพริบตาก่อนที่จะดับหายไป รังสีกระบี่ดังกล่าวยังรวดเร็วถึงขั้นทำให้มันหนาวจับไขสันหลัง ความเร็วนั่นเหนือกว่าขอบเขตเซียนดั้งเดิม!
เซียนขัดเกลา!
ตอนนี้ฮั่วจินสามารถยืนยันข้อสันนิษฐานก่อนหน้าได้แน่ชัดแล้ว
ขณะเดียวกันอาวุโสคนอื่นๆของตระกูลราชวงศ์ก็ได้แต่หันมองสบตากัน ไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว นิ่งเสียจนทำราวกับมีรากงอกเงยออกจากเท้า!
บทเรียนเมื่อครู่มีให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว ไม่มีใครอยากประสบชะตาตกตายเช่นนั้น!
“ใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่ มิทราบว่าป๋ายลี่หงเกี่ยวข้องกับใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่เช่นท่านได้อย่างไร?”
สูดลมหายใจเข้าลึกๆคราหนึ่ง ฮั่วจินพลันประสานมือหันไปกล่าวกับความว่างเปล่าโดยรอบ น้ำเสียงยังสุภาพนัก แม้มันจะเป็นฝ่ายถามแต่แลดูประจบประแจงนัก
“เจ้าน่ะเหรอ ที่พาป๋ายลี่หงมาวังหลวง?”