“เมื่อมินานมานี้ปรมาจารย์ป๋ายลี่ได้ทะลวงถึงเซียนดั้งเดิมขั้นต้น และหลังจากทะลวงด่านได้ไม่นานท่านก็บรรลุความสามารถถึงปรมาจารย์จารึกเซียนขั้นที่ 4…เรื่องนี้นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับตระกูลซือถูนัก เพราะท่านปรมาจารย์ป๋ายลี่เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถู…ทว่าหลังจากข่าวเรื่องนี้แพร่ออกไปได้ไม่ทันไร คนของตระกูลราชวงศ์ก็มาพาตัวท่านปรมาจารย์ป๋ายลี่ไป”
ประกายตาของซื่อหม่าฉางฟงเผยแสงเยียบเย็น “ยามนั้นคนของตระกูลราชวงศ์นับว่าหยิ่งยะโสโอหังนัก แม้ปรมาจารย์ป๋ายลี่บอกปฏิเสธแล้ว รวมถึงผู้นำตระกูลซือถูกับคุณชายใหญ่พยายามหยุดพวกมันหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไร้ประโยชน์ สุดท้ายก็ได้แต่มองพวกมันจับตัวปรมาจารย์ป๋ายลี่ไปอย่างจนปัญญาเหมือนพวกเรา..”
“แต่เรื่องนี้เจ้ามิอาจโทษผู้นำตระกูลซือถูกับคุณชายใหญ่ได้ ทั้งคู่พยายามเต็มที่แล้ว…”
วาจาท้ายประโยคของซื่อหม่าฉางฟงยังกล่าวช่วยเหลือพ่อลูกตระกูลซือถู ด้วยกลัวว่าต้วนหลิงเทียนจะมีโมโหและโทษอีกฝ่ายว่าไร้สามารถ
“ครู ช่วยเล่าสถานการณ์ตอนนั้นให้ข้าฟังโดยละเอียดหน่อย…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกเสียงเข้ม
หลังจากนั้น เป็นเฉินเฉ่าช่วยกับหนานกงยี่ที่คับแค้นใจ ผลัดกันกล่าวเล่าเรื่องราวออกมาทั้งใส่อารมณ์เต็มที่ ทำให้ต้วนหลิงเทียนเข้าใจเรื่องราวกระจ่าง
3 เดือนที่แล้ว ป๋ายลี่หงทะลวงไปถึงขอบเขตเซียนดั้งเดิมขั้นต้น และไม่นานก็กลายเป็นปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 4 ดาว