ทันใดนั้นรองผู้นำชราคล้ายนึกอะไรออก สองตามันทอประกายขึ้นวาบหนึ่งกล่าวคำ “ท่านผู้นำตอนนี้นายน้อยบาดเจ็บสาหัสแทบตาย ยังต้องใช้เวลาฟื้นตัวถึง 3 ปี…แล้วพวกเราสมควรจัดการเรื่องงานวิวาห์ระหว่างนายน้อยกับคุณหนูใหญ่ของคฤหาสน์คลื่นขจี ที่จะมีขึ้นในอีก 1 เดือนหลังจากนี้เช่นไรดี…พวกเราต้องส่งสารไปบอกพวกมันหรือไม่?”
ทันใดนั้นทุกคนก็หันไปมองฉีอี้เฉิงทันที
เรื่องนี้พวกมันก็รู้
“ในเมื่อลูกข้าบาดเจ็บเช่นนี้ แน่นอนว่างานแต่ก็ต้องล้มเลิกไปเป็นธรรมชาติ…แต่มิจำเป็นที่พวกเราต้องลดตัวไปส่งสารให้ขุมพลังชั้น 5! ยิ่งไปกว่านั้นอีกมินานข่าวการตายของจิ้งเอ๋อสมควรแพร่ออกไปทั่วเขตอิทธิพลหลักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง กระทั่งมานานก็ต้องแพร่ไปถึงคฤหาสน์คลื่นขจี ถึงตอนนั้นพวกมันจะรู้กันเองว่าไฉนพวกเราไม่ไปรับตัวเจ้าสาว”
ฉีอี้เฉิงกล่าวออกด้วยท่าทางหยิ่งผยอง
ในฐานะผู้นำขุมพลังชั้น 4 มันย่อมไม่เห็นหัวขุมพลังชั้น 5
“สมควรเป็นเช่นนั้น กระทั่งแขกเหรื่อที่พวกเราเชิญไป ก็คงทราบกันดีว่างานวิวาห์ล้มเลิกหลังได้รับทราบข่าวการตายของนายน้อย”
ฉีเสิ่นพยักหน้า
“ทุกคนที่อยู่ที่นี่ จงกล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าเสีย ว่าจักมิแพร่งพรายเรื่องที่ลูกข้ายังมีชีวิตรอดอยู่ออกไปเด็ดขาด! ให้ทั้งหมดคิดกันไปว่าจิ้งเอ๋อลูกข้าตายแล้ว!!”
ไม่นานเสียงเย็นเยียบของฉีอี้เฉิงก็ดังขึ้นขณะว่ายตามองทุกคนด้วยประกายตาคมกล้า!