ฉีจิ้งไม่เพียงแต่จะเป็นนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง แต่พลังฝีมือที่เผยออกตอนประลอง ก็บอกให้รู้ว่าพรสวรรค์ในหนทางสายมารของมันน่ากลัวเพียงใด หากให้เวลาฉีจิ้งเติบโต สักวันต้องกลายเป็นเสาหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องได้แน่!
กระทั่งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะนำพาคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องให้ยกระดับเป็นขุมพลังกึ่งชั้น 3!
‘ตอนนี้ผู้นำสมควรรู้เรื่องที่นายน้อยฉีจิ้งตกตายเพราะไข่มุกวิญญาณแตกสลายแล้วแน่นอน…’
คิดถึงเรื่องนี้ฉีเสิ่นอดไม่ได้ที่จะมีเหงื่อเย็นเม็ดเขื่องผุดซึมกลางหน้าผาก
ถึงแม้เรื่องนี้กล่าวไปจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับมันที่เป็นคนพาทุกคนมาเข้าประลองเลย แต่ก็ยากจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบที่ไม่อาจปกป้องรุ่นเยาว์ได้ดีพอ
ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นถูกประหาร แต่น่าจะถูกคุมขังที่ผาสำนึกตนหลายปี!
ดังนั้นการเดินทางกลับคฤหาสน์ฟ้าลิ่อวล่องครั้งนี้ จึงทำให้ฉีเสิ่นหนักใจนัก
บางครั้งมันก็หันมองกลับไปด้านหลัง
มีชายหนุ่มหลังค่อมผู้หนึ่งที่คล้ายจะเป็นคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องแบกศพฉีจิ้งเอาไว้
“หืม?!”
ทันใดนั้นเองแววตาฉีเสิ่นพลันเปลี่ยนไปคล้ายเห็นอะไรบางอย่าง
มันสัมผัสได้แทยจะทันทีว่ามีคนกลุ่มหนึ่งพุ่งร่างมาจากทิศทางของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง และปรี่ตรงมาหามัน
รูปลักษณ์ของผู้มาทำให้มันตกตะลึงนัก
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ยิ่งทำให้มันอึ้งมากกว่า
“ขอแสดงความเสียใจด้วยท่านผู้อาวุโสหลัก!”