‘บ้าจริง ตอนนี้ลุงหานคิดว่าฉีจิ้งตกตายไปแล้ว เลยตื่นเต้นดีใจครั้งใหญ่…หากท่านลุงรู้ว่ามันยังไม่ตาย ไม่รู้จะเสียใจและผิดหวังขนาดไหน!’
ยิ่งมาสีหน้าต้วนหลิงเทียนยิ่งอัปลัษณ์ปั้นยากขึ้นเรื่อยๆ
ต้วนหลิงเทียนซึ่งแต่เดิมวางแผนจะไปบอกข่าวดีกับหานเฉวี่ยไน่ แต่พอได้รู้ว่าฉีจิ้งยังไม่ตายเขาก็ไม่คิดไปหาหานเฉวี่ยไน่อีก เลือกที่จะพุ่งร่างออกจากคฤหาสน์คลื่นขจีทันที
ตอนนี้เขาต้องการที่เงียบๆเพื่อสงบอารมณ์และเรียบเรียงความคิด
“จริงสิผู้เฒ่าหั่ว ที่ท่านบอกว่าเคล็ดรวมวิญญาณจำต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูวิญญาณ…แล้วมันต้องใช้เวลานานเท่าไรเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนที่นึกอะไรขึ้นได้ รีบกล่าวถามผู้เฒ่าหั่วอีกครั้ง
“จักใช้เวลานานเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับระดับของเคล็ดวิชารวมวิญญาณที่มันมี เพราะเคล็ดวิชาสายนี้ก็แตกแขนงออกไปหลากหลายนัก…แต่เท่าที่ข้ารู้ ต่อให้เป็นเคล็ดรวมวิญญาณที่เลิศล้ำที่สุด แม้พลังฝึกปรือจะพึ่งอยู่ในขอบเขตเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด แต่นั่นก็ต้องใช้เวลารวบรวมวิญญาณที่กระจัดกระจายสลายไปอย่างน้อยๆปีครึ่ง…หลังจากนั้นมันถึงจะฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง”
ผู้เฒ่าหั่วกล่าวออกมารวดเดียวจบ
“อย่างน้อยๆ ปีครึ่งงั้นเหรอ?”
พอต้วนหลิงเทียนได้ยินคำตอบครั้งนี้ เขาก็โล่งใจทันที
เพราะตอนนี้สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดก็คือฉีจิ้งสามารถฟื้นคืนชีพได้ในเวลาอันสั้นและกลับมาจัดงานแต่งได้ทันกำหนดการเดิม