‘ถึงตอนนั้นข้าจะใช้ตัวตนลี่เฟิงบุกไปฆ่ามันให้ตาย…ใครถามข้าก็จะอ้างว่าเพราะตอนแรกข้าคิดฆ่ามันในการประลองให้ได้! แต่สุดท้ายกลับไม่สำเร็จจึงทำให้เกิดมารในใจขัดขวางการก้าวหน้าพลังฝึกปรือของข้า…ด้วยเหตุนี้จึงต้องฆ่ามันเพื่อขจัดมารในใจ! ทีนี้ก็ยากที่ใครจะโยงมาถึงคฤหาสน์คลื่นขจีได้!’
ยิ่งคิดต้วนหลิงเทียนก็ยิ่งมั่นใจ
เพราะหากเขาทำแบบนี้ไม่มีทางที่ใครจะโยงเรื่องนี้มาถึงคฤหาสน์คลื่นขจีได้เลย
ดังนั้นไม่มีทางที่เขาจะทำให้คฤหาสน์คลื่นขจีเดือดร้อน
‘ยังไงเสียงานแต่งที่คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องกำหนดไว้ ก็เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น…ด้วยวิญญาณของฉีจิ้งยังกระจัดกระจายแบบนี้ มันไม่มีทางแต่งกับเฉวี่ยไน่ได้แน่ ถ้างั้นหมายความว่าเฉวี่ยไน่สมควรปลอดภัยไร้เรื่องราวกวนใจไป 2-3 ปี’
พอคิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หากมองแบบนี้เท่ากับการดั้นด้นเดินทางไปเขตอิทธิพลหลักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องของเขา ไม่ใช่การเดินทางที่สูญเปล่าแล้ว
เมื่อสรุปความได้ ต้วนหลิงเทียนก็เลือกที่จะไปหาหานเฉวี่ยไน่ทันที
“พี่ใหญ่หลิงเทียน!!”
เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง หานเฉวี่ยไน่ก็เต็มไปด้วยความยินดี ใบหน้าน้อยๆที่มักจะทุกข์เศร้าหมองซึมกลายเป็นแย้มยิ้มทันที
เพียงแต่ในรอยยิ้มยังแฝงเร้นไว้ด้วยความระทมใจ…
“พี่ใหญ่หลิงเทียน ตลอดปีที่ผ่านท่านไปไหนมาหรือ?”