เมื่อเห็นว่าสุดท้ายลี่เฟิงก็ได้แต่ใช้กระบี่เบี่ยงเบนมังกรวายุ ไม่อาจต้านรับตรงๆได้เลยสักครั้ง ผู้ฝึกตนพเนจรที่ชมดูอยู่ก็อดใจสั่นไปเสียไม่ได้ !
“พิกลนัก ลี่เฟิงผู้นี้เห็นชัดว่ามิอาจรับมือฉีจิ้งได้ ไฉนมิรีบยอมรับความพ่ายแพ้เสียที?”
“นั่นสิ…หรือเขาจะคิดว่าสามารถเอาชนะฉีจิ้งได้ หากฉีจิ้งพลาดพลั้งไปเองจนเปิดช่องว่าง? แต่นั่นไม่มีทาง! เป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงได้ถูกฉีจิ้งฆ่าแน่!!”
“หากข้าเป็นเขาข้าคงยอมรับความพ่ายแพ้ไปนานแล้ว ลี่เฟิงเห็นว่าศักดิ์ศรีสำคัญกว่าชีวิตหรือไร?”
……
เหล่าผู้ฝึกตนพเนจรที่หวั่นใจไม่ได้รู้เลยว่าต้วนหลิงเทียนเพียงละเล่นกับฉีจิ้งอยู่เท่านั้น
และตอนนี้ด้านเริ่นจงกับหลิวหงกวงถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นท่วมกาย สีหน้าเคร่งเครียดหวาดเสียวไม่น้อยขณะมองต้วนหลิงเทียนพยายามต้านทานฉีจิ้ง
“นายน้อยคฤหาสน์! ฆ่ามัน!!”
ไม่ทราบว่าเป็นใครในคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องที่ตะโกนออกมาคนแรก แต่สุดท้ายทั้งหมดก็พร้อมใจกันตะโกนออกมาเสียงดัง
“ฆ่ามัน!!”
“ฆ่ามัน!!”
……
เสียงตะโกนด้วยอำมหิต ยิ่งเร่งเร้าเจตนาฆ่าฟันของฉีจิ้งที่กำลังลงมืออยู่ไม่น้อย
ทันใดนั้นสายตาที่ฉีจิ้งใช้มองต้วนหลิงเทียนก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเย็นลงปานจะแช่แข็งผู้คน ในใจคิดไปด้วยอำมหิต ‘ได้เวลาจบเกมแล้ว!’
ทันทีที่ฉีจิ้งคิดเรื่องนี้ แววตาของมันก็เผยประกายอำมหิตออกชัด