ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนที่ถูกพลังซัดกลางหลังจนบาดเจ็บไม่น้อยก็อดไม่ได้ที่จะกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
โลหิตพ่นทะลักออกปาก พร่างพราวกลางหาวปานบุปผาสีชาดเบ่งบาน
อย่างไรก็ตามแม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ลืมสะบัดมือใช้พลังดูดรั้งเก็บแหวนพื้นที่ของฉีจิ้งเป็นสินสงคราม
จนเมื่อต้วนหลิงเทียนเก็บแหวนพื้นที่ของฉีจิ้งไปแล้วพักหนึ่ง พอร่างฉีจิ้งตกลงไปกระแทกกระดานหมากหลิงหลงเบื้องล่าง ผู้คนจึงค่อยฟื้นความรู้สึกกลับมา
หากแต่ฉากเรื่องราวยังคงเงียบงันไปอีกพักหนึ่ง
“นายน้อยคฤหาสน์!!”
สุดท้ายด้วยเสียงตะโกนกู่ร้องของฉีเสิ่น ทุกผู้คนจึงได้สูดลมหายใจเข้าด้วยความตื่นตระหนก
และพร้อมกันกับที่เสียงตะโกนของฉีเสิ่นดังขึ้น พลันปรากฏร่าง 2 ร่างวูบมาบังขวางต้วนหลิงเทียนเอาไว้!
ทั้งคู่ยังจับจ้องมองฉีเสิ่นไม่วางตา ราวกับกลัวว่าฉีเสิ่นจะลงมือต่อต้วนหลิงเทียน
สำหรับคนที่มี ‘คดีเก่า’ อย่างฉีเสิ่น พวกมันย่อมไม่กล้าผ่อนความระวัง
แน่นอนว่า 2 คนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเริ่นจงและหลิวหงกวงนั่นเอง!
พวกมันยังคงตกตะลึงไม่น้อย ที่ในห้วงวิกฤตอยู่ดีๆ ต้วนหลิงเทียนก็ลงมือสังหารฉีจิ้งได้แบบนี้!
อย่างไรก็ตามพอย้อนนึกถึงฉากต่อสู้ระหว่างต้วนหลิงเทียนกับฉีจิ้งตั้งแต่ต้นจนจบ พวกมันก็ตระหนักได้ว่าต้วนหลิงเทียนจงใจออมมือเอาไว้ เพื่อหลอกลวงฉีจิ้งให้ตายใจ!