และหลังจากที่ฉีจิ้งยอมแพ้ มันก็เหินร่างมาหยุดลอยเหนือเวทีประลองเม็ดหมากของต้วนหลิงเทียนตามคาด
ฉีจิ้งลอยร่างค้างกลางหาว เหลือบมองลงมายังร่างต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดูแคลน “เจ้าคือลี่เฟิงงั้นสินะ? ในเมื่อเจ้ากล้าฆ่าคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องข้า! เช่นนั้นหากมีความกล้าก็มาสู้กับข้าเสีย!!”
หากมีความกล้าก็มาสู้กับข้าเสีย!
วาจานี้ของฉีจิ้งเอ่ยออกเสียงดังฟังชัด ยังมีความหมายว่าหากต้วนหลิงเทียนไม่สู้ก็แค่ตัวขี้ขลาดไร้ความกล้า!
อย่างไรก็ตามผู้คนไม่ค่อยเห็นด้วยกับวาจานี้ของมันสักเท่าไร
“เหอะๆ! มันกล่าวเช่นนี้ หรือคิดจริงๆว่าลี่เฟิงจะบ้าจี้กล้าสู้กับมัน?”
“นั่นน่ะสิ! อาจได้ผลหากมันยังไม่เปิดเผยพลังฝีมือออกมา แต่ตอนนี้มันเปิดเผยพลังฝีมือออกมาหมดแล้ว ลี่เฟิงจะไปรับคำท้าของมันให้โง่หรือ?”
“ลี่เฟิงผู้นี้เต็มที่ก็สมควรเป็นยอดฝีมือเซียนขัดเกาขั้นเชี่ยวชาญเหมือนหลวงจีนลายบุปผาและจิ้งชวีจื่อ”
“กล่าวไปแล้วก็น่าเสียดายแทนหลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อนัก…หากฉีจิ้งไม่จงใจปกปิดพลังฝีมือเอาไว้แต่แรก พวกมันคงไม่ต้องสู้กับเจ้านั่นจนต้องตกตายไปแบบนี้หรอก”
“นั่นสิ ฉีจิ้งผู้นี้ร้ายกาจนัก!”
……
ผู้ชมโดยรอบเริ่มกระซิบกระซาบกันดังระงม ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่คิดว่าต้วนหลิงเทียนจะกล้ายอมรับคำท้าของฉีจิ้ง เพราะพลังฝึกปรือของอีกฝ่ายสูงเกินไป