ถึงแม้ว่าตอนนี้ต้วนหลิงเทียนจะอารมณ์ดีไม่น้อย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรำคาญวาจาเวิ่นเว้อดูแคลนไม่เลิกราของฉีจิ้งอยู่บ้าง
“อะไร เจ้าโกรธรึ?”
ฉีจิ้งฉีกยิ้มออกมาอย่างเริงร่า “เช่นนั้นเจ้าก็รีบๆโกรธเสียให้มากในขณะที่เจ้ายังสามารถโกรธได้…เพราะเจ้าอาจมิมีโอกาสอีกแล้ว”
“เหอะ!”
ต้วนหลิงเทียนแค่นคำออกมาด้วยความรำคาญระคนเบื่อหน่าย คร้านจะฟังวาจาไร้แก่นสารของฉีจิ้งเต็มทีแล้ว
“ข้าต่อให้เจ้าลงมือก่อนแล้วกัน เช่นนั้นเจ้าจะได้ไม่มาโทษข้าภายหลังว่ามิให้โอกาสเจ้า!!”
ฉีจิ้งกล่าวเย้ยหยันออกมาอีกรอบ
ได้ยินวาจากวนประสาทครั้งแล้วครั้งเล่าของฉีจิ้ง ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว อรหันต์ยังมีวันพิโรธ นับประสาอะไรกับคนในโลกิยะอย่างเขา!!
อย่างไรก็ตามผู้คนโดยรอบที่ฟังอยู่ ไม่ได้รู้สึกว่าวาจาของฉีจิ้งมันน่ารำคาญอะไร เพราะฉีจิ้งมีทุนรอนมากพอที่จะกล่าวออก
“ลี่เฟิงผู้นี้ไปถูกอันใดกระแทกศีรษะมาจนสติเลอะเลือนแล้วหรือไร…ถึงได้กล้ารับคำท้าของฉีจิ้งแบบนี้?”
“นั่นสิ! หรือนี่จักมิรู้ตัวแล้วจริงๆว่ากำลังรนหาที่ตายอยู่?”
“ฮึ่ม! สุดท้ายก็เด็กน้อยโอหังที่ละเล่นกับชีวิตอย่างมิรู้ประสา!”
……
มีไม่กี่คนเท่านั้นที่มองต้วนหลิงเทียนในแง่ดีสำหรับเรื่องนี้
นอกจากผู้ฝึกตนพเนจรไม่กี่คนที่มองต้วนหลิงเทียนด้วยความเป็นห่วงแล้ว ทั้งหมดเผยท่าทางสนุกสนานราวกำลังรอชมละครลิง