ในขณะที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งตระหนักได้ถึงพลังฝึกปรือของฉีจิ้ง ยิ่งมาได้ยินคำตะโกนกล่าวเตือนจากผู้นำศาลเจ้าชุนหยางซึ่งเป็นอาจารย์ของตัว จิ้งชวีจื่อพลันคืนสติกลับมาทันที มันพยายามอ้าปากออกมาอย่างยากลำบาก เร่งกล่าววาจา “ข้ายอม…”
น่าเสียดายที่คำว่า ‘แพ้’ ไม่ทันได้ล่วงล้ำผ่านลำคอออกมา ก็ปรากฏรังสีพลังสังหารสีดำสายหนึ่งพุ่งทะลุฟ้ามาฉับไว!
สึบบ!!
ความเร็วของรังสีพลังสังหารทมิฬมืดนี้ไม่ได้เชื่องช้าไปกว่าความเร็วของพายุพลังแม้แต่น้อย!!
และเพียงเสี้ยวพริบตารังสีพลังสังหารทมิฬมืดดังกล่าวก็พุ่งชำแรกหว่างคิ้วของจิ้งชวีจื่อ พาลให้ประกายตาของจิ้งชวีจื่อท่เคยส่องสว่างกลับกลายเป็นหม่นแสงลง ร่างคนกระตุกวูบหนึ่งค่อยร่วงตกจากฟ้าปานหุ่นกระบอกไร้ด้าย…
แม้จะมีวาจากระตุ้นเตือนจากผู้นำศาลเจ้าชุนหยางแล้ว แต่จิ้งชวีจื่อกลับกล่าวคำออกมาช้าไป…
และเวลาที่ช้าไปเพียงชั่วพริบตานี้ กลับทำให้มันจะต้องก้าวเดินลงบนเส้นทางสู่ปรโลกตามรอยหลวงจีนลายบุปผาไปติดๆ…
เพียงเวลาแค่ชั่วลมหายใจ สุดยอดอัจฉริยะนามกระเดื่องทั้ง 2 ในเขตอิทธิพลหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ก็ตกตายภายใต้เงื้อมมือของฉีจิ้ง!
ตกตายภายใต้เงื้อมมือของ คนที่กาลครั้งหนึ่งพวกมันเคยเอาชนะได้อย่างราบคาบ…
“จื่อเอ๋อ!!”
“ศิษย์พี่ใหญ่!!”