“พลังฝีมือของหลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อ ล้วนคู่คี่ทัดเทียมกันมาเช่นนี้นานแล้ว ยามประลองกันคราใดหากไม่เสมอ ก็ล้วนมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอาชนะไปได้อย่างฉิวเฉียดทุกครา เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไรในเขตอิทธิพลหลักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องของพวกเรา”
“ที่เจ้าว่าก็ใช่ แต่หากเปรียบเทียบเขตแดนกันแล้ว ในแง่ของพลังทำลายข้าว่าเขตแดนทวิภาวะของจิ้งชวีจื่อแข็งแกร่งกว่า!”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น กระบี่คู่หยินหยางในเขตแดนทวิภาวะของจิ้งชวีจื่อ นั้นมิได้ด้อยไปกว่าศาสตราเซียนด้วยซ้ำ!”
“ใช่แล้ว! สำหรับในการประลองที่ห้ามมิให้ใช้ศาสตราเซียนเช่นนี้ จิ้งชวีจื่อนับว่ามีเปรียบในเรื่องศาสตราจากการใช้กระบี่คู่หยินหยางในเขตแดนทวิภาวะของมัน!”
……
เสียงกระซิบกระซาบโดยรอบล้วนดังเข้าหูต้วนหลิงเทียนไม่หยุด ทำให้เขาได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบี่เล่มเขื่องทั้ง 2 ที่ลอยล่องในเขตแดนทวิภาวะของจิ้งชวีจื่อ
“กระบี่คู่หยินหยาง? เขตแดนทวิภาวะ? น่าสนใจจริงๆ”
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ หากแต่สายตาของต้วนหลิงเทียนกลับจดจ้องไปยังกระบี่ทั้ง 2 เล่มในเขตแดนทวิภาวะของจิ้งชวีจื่อไม่วางตา
ตอนนี้เองไม่ว่าพะพุทธรูปนับพันในเขตแดนพันพุทธองค์ของหลวงจีนลายบุปผา และกระบี่คู่หยินหยางในเขตแดนทวิภาวะของจิ้งชวีจื่อ ก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว!
เผชิญหน้ากับพายุพลังอันน่ากลัวของฉีจิ้ง พระพุทธรูปนับพันของหลวงจีนลายบุปผาพลันเปล่งแสงสว่างไสวเรืองอร่ามออกมา