ตอนนี้เองทุกสายตาพลันหันไปจับจ้องมองยังฉีจิ้ง
“ฉีจิ้งยังคิดฆ่าคนอื่นอีกงั้นเหรอ?”
“นี่มันเสพย์ติดการฆ่าหรือไร?”
……
แตกต่างจากกาลก่อนราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อฉีจิ้งเผยพลังฝึกปรืออันเข้มแข็งที่เหมือนจะทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญออกมา ก็ไม่มีใครกล้าดูถูกมันอีก!
ล้อกันเล่นหรือไร!?
ก่อนหน้านี้พวกมันไม่รู้พลังของฉีจิ้ง แต่จากการฆ่าจงกู้ได้อย่างง่ายดายนั่น น่ากลัวว่าจะไม่ได้ด้อยไปกว่าหลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อแล้ว!
ตอนนี้ผู้คนยังเริ่มรู้สึกได้ ว่าที่ฉีจิ้งลังเลอยู่นานก่อนหน้า…ไม่ใช่เพราะกลัวหลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อ!
ในขณะที่ทุกคนคิดเรื่องนี้ คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องก็มาหยุดยืนบนเวทีประลองเม็ดหมากของฉีจิ้งและกล่าวท้าทายออกมา
เป็นดั่งที่ทุกคนคิด ฉีจิ้งยอมแพ้
ทันทีที่ฉีจิ้งยอมแพ้ มันก็เป็นอิสระทันที
ตอนนี้มันไม่ได้เป็นจ้าวเวทีอีกต่อไป แต่เป็นผู้ท้าชิงอิสระที่จะเลือกท้าทายผู้ใดก็ได้!
สายตาของฉีจิ้งพลันเบนไปตกยังร่างต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง ทำให้ต้วนหลิงเทียนเผยประกายตาขึงขังขึ้นมา
ตอนนี้เขาพอเข้าใจหนทางบรรลุขั้นที่ 2 ของเคล็ดบำเพ็ญจิต ยอดใจกระบี่ อย่างเงากระบี่สัมพันธ์ใจแล้ว ทำให้พลังกระบี่ของเขามีอานุภาพมากขึ้นและก้าวหน้าจากเดิม! ถึงขั้นหากปะทะกับเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญที่เป็นชนชั้นยอดฝีมือเขาพอรับมือได้ไม่แพ้พ่าย…