เพราะสุดท้ายแล้ว มันก็ทำหน้าที่ผู้จัดการประลองร่วมกับหลิวหงกวง ในการประลองครั้งนี้!!
หากเรื่องนี้มันยังไร้สามารถกระทั่งมิอาจควบคุมดูแลได้ มันยังจะมีคุณสมบัติอะไรเป็นผู้จัดการประลอง? กระทั่งต่อไปคงต้องห้ามผู้ฝึกตนพเนจรเข้าร่วมแล้ว เพราะมิแคล้วคงต้องถูกผู้มีอำนาจจากขุมพลังใหญ่ๆรังแก แม้จะชนะได้รางวัลก็ตามที!!
ด้านหลิวหงกวงแม้ไม่พูดอะไรออกมา แต่จากแววตาดุร้ายเอาเรื่องนั่น ก็เผยให้ทราบว่ามันโมโหมากขนาดไหน
ตอนนี้เองด้านต้วนหลิงเทียนที่อยู่ด้านหลังของเริ่นจงกับหลิวหงกวง ก็พอได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ด้วยทราบดีว่าสถานการณ์วิกฤตได้ถูกคลี่คลายแล้ว เขารีบเก็บกระบี่นิลสวรรค์กลับไปทันที
แต่หลังจากเก็บกระบี่ไปแล้ว เขาก็สัมผัสได้ชัดว่ามือข้างที่กุมกระบี่มันชุ่มเหงื่อจนเหนียวเหนอะหนะขนาดไหน
แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ความรู้สึกที่เสมือนเดินผ่านประตูผีไปแล้วครึ่งตัว แต่สุดท้ายกลับถูกฉุดกลับมายังโลกมนุษย์แบบนี้ มันอดทำให้เขาหลั่งเหงื่อเย็นออกมาไม่ได้จริงๆ
“ขอบคุณท่านทั้ง 2 ที่ช่วยเหลือข้า”
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆอีกเฮือกหนึ่ง ค่อยมองแผ่นหลังของเริ่นจงและหลิวหงกวงพร้อมกล่าววาจาขอบคุณออกมา
“สหายน้อยลี่เฟิง เรื่องนี้ข้าจักทวงความเป็นธรรมให้เจ้า!”
เริ่นจงพยักหน้ารับแม้จะไม่ได้หันหลังไปมอง สายตาที่จ้องฉีเสิ่นยิ่งมายิ่งเย็นชาปานจะแช่แข็งผู้คน