แม้เห็นว่าฉีค่านเองก็มั่นใจในพลังฝีมือของตัวเอง แต่ใจฉีเสิ่นย่อมรู้สึกหนักอึ้งไม่น้อยเมื่อเห็นความมั่นใจอย่างประหลาดของต้วนหลิงเทียน สุดท้ายมันก็ส่งเสียงผ่านปราณแรกกำเนิดไปกำชับฉีค่านทันที “ค่านเอ๋อ…ปู่เชื่อในพลังฝีมือของเจ้า แต่ลี่เฟิงผู้นี้แปลกประหลาดนัก ปู่กลัวว่ามันยังซุกซ่อนพลังฝีมือย่อยไว้ หากเรื่องราวเกิดผิดท่าขึ้นมาเจ้าต้องรีบกล่าวยอมแพ้ทันทีเข้าใจหรือไม่!”
“อย่าได้ฝืนสู้อย่างดื้อรั้นด้วยกลัวเสียหน้าอันใดเด็ดขาด…เพราะชื่อเสียงอันใดล้วนไร้สำคัญหากเทียบกับชีวิตเจ้า!!”
ฉีเสิ่นกล่าวกำชับฉีค่านอย่างจริงจัง
เมื่อได้ยินวาจากำชับนี้จากปู่ ฉีค่านเองก็แปลกใจไม่น้อย ถึงแม้มันจะคิดว่าปู่ของมันตีตนไปก่อนไข้ แต่มันก็ยังเห็นด้วย รับปากไปอย่างเชื่อฟัง “ขอท่านปู่วางใจ ข้าฟังท่าน”
“ฉีค่าน ท้าลี่เฟิงแล้ว!!”
ตอนนี้เองผู้ชมโดยรอบล้วนตาเป็นประกายทั้งสิ้น จ้าวเวทีทั้งหลายเองก็หันขวับมาจับจ้องชมมองเรื่องราวอย่างสนใจ ในสายตาของพวกมัน การประมือที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างทั้งสอง ต้องน่าตื่นตาตื่นใจแน่!
จังหวะนี้พวกมันไม่แม้แต่จะกระพริบตา!
“ถึงแม้พลังฝีมือลี่เฟิงจักมิใช่ชั่ว แต่น่ากลัวยังอ่อนด้อยกว่าฉีค่านอยู่ 3 ส่วน…”
หลายคนเริ่มกระซิบออกมา