ในขณะที่ฉีเสิ่นชักใบหน้าดุร้ายกล่าวส่งเสียงผ่านปราณแรกกำเนิดถึงต้วนหลิงเทียนอย่างเอาเรื่อง ต้วนหลิงเทียนเพียงหันมามองมันด้วยสายตาเฉยเมย “เจ้าไม่ใช่อาวุโสหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องหรือไง สมองเจ้ามีปัญหาเหรอ…คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องคิดฆ่าข้าได้ แต่ข้าคิดฆ่ามันบ้างไม่ได้? จึกๆๆ…ยังมาขู่ข้าว่าข้ารนหาที่ตาย หรือที่แท้คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องไม่สนกฏเกณฑ์อะไรแล้ว…ถ้างั้นจะวางกฏการประลองสุดยอดนักรบไปทำอะไร พวกเจ้าคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องไม่ตัดสิน 10 อันดับด้วยตัวเองไปเลยเล่า?!”
วาจาท้ายประโยคของต้วนหลิงเทียน จงใจกล่าวประชดออกมาด้วยเสียงเย้ยหยัน
ฉีเสิ่นย่อมไม่คิดฝันว่าต้วนหลิงเทียนจะกล้าแฉคำขู่ของมันออกมาโต้งๆแบบนี้
เรียกว่าจังหวะนี้ ทุกสายตาจำต้องหันมามองมันเป็นสายตาเดียวกัน แววตามากมายเต็มไปด้วยโทสะ บ้างก็เย้ยหยัน บ้างก็สมเพช
กฏของการประลองสุดยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องระบุไว้แล้ว ว่าจะเป็นหรือตายไม่สน สามารถฆ่าคู่ต่อสู้ได้ไม่ผิด
แต่อาวุโสหลักคฤหาสน์ฟ้าลิว่ล่อง กลับส่งเสียงไปข่มขู่ผู้ฝึกตนพเนจร?
หรือคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องสามารถฆ่าผู้อื่นได้ฝ่ายเดียว ผู้อื่นไม่มีสิทธิ์ฆ่าคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง?
เอาแต่ใจนัก!