ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
……
ทว่าทันใดนั้นเองเสียงกระบี่กรีดอากาศพลันดังก้องออกมาให้ได้ยินชัดเจน!
“หยุดมือ!!”
ตอนนี้ฉีเสิ่นที่ตระหนักได้ว่ามันสายเกินไปที่ฉีผิงจะคืนสติจากการตกตะลึงและกล่าวคำยอมแพ้ มันก็ได้แต่ส่งเสียงตะโกนผ่านปราณแรกกำเนิดใส่หูต้วนหลิงเทียนโดยตรง พยายามทำให้ต้วนหลิงเทียนเสียสมาธิ เผื่อฉีผิงจะคืนสติได้ทันกาลและมีโอกาสให้เร่งกล่าวคำยอมแพ้ออกมา
เพราะมันตระหนักได้ชัดเจนแล้วตอนนี้ว่าฉีผิงไม่ใช่คู่มือต้วนหลิงเทียนเลย
“หยุดมืองั้นเหรอ?”
พอต้วนหลิงเทียนได้ยินเสียงผ่านปราณแรกกำเนิด เขาก็บอกได้ทันทีว่าเป็นเสียงของฉีเสิ่น เพียงยกยิ้มขึ้นมาอย่างขบขันแต่ไม่คิดหยุด ยังมองไปยังฉีผิงที่หวาดผวาตกตะลึงด้วยสายตาเฉยเมย
ทุกอย่างมันจบแล้ว!
หมื่นกระบี่ในเขตแดน ต่างพุ่งแหวกฟ้าผ่าอากาศเข้าหาฉีผิงอย่างไร้ปราณี ยังทะลวงทำลายดาบวายุตามรายทางง่ายดายคล้ายเป็นแค่อากาศธาตุ…ฉากเรื่องราวเป็นอะไรที่ชวนให้หนาวจับใจนัก
น่าเสียดายทีในที่นี้มีเพียงแค่ 6 คนเท่านั้นที่แลเห็นเรื่องราวภายในเขตแดนของต้วนหลิงเทียน
ส่วนคนอื่นๆนั้นได้ยินก็แต่เสียงแหวกฝ่าอากาศด้วยความฉับไวของกระบี่นับหมื่นเล่มเท่านั้น อย่างไรก็ตามด้วยมีเสียงตะโกนของฉีเสิ่นก่อนหน้า ทำให้พวกมันพอจะอนุมานได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เป็นไปได้อย่างไรกัน?!”
หลายคนยังคิดว่าเรื่องนี้มันแปลกประหลาดนัก