ไม่นานเริ่นจงกับหลิวหงกวงก็ลงมืออย่างเคย เหินขึ้นฟ้าเปิดใช้ค่ายกลหลิงหลง ฉากทิวทัศของหุบเขาหลิงหลงมลายหาย กลายเป็นกระดานหมากหลิงหลงใหญ่โตสุดไพศาลปรากฏ เวทีเม็ดหมากทั้ง 10 ก็ลอยขึ้นไปหยุดค้างกลางหาว
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
……
เสียงพุ่งร่างแหวกฝ่าสายลมดังขึ้นระงม ทุกผู้คนที่มีพลังฝีมือในระดับหนึ่งล้วนโดดขึ้นไปยืนบนขอบเวทีประลองเม็ดหมากเพื่อชมดูการประลองใกล้ๆ
ขณะเดียวกัน จ้าวเวทีทั้ง 10 ที่อยู่จนจบวันเมื่อวาน ก็เหินร่างไปหยุดยืนตระหง่านกลางเวที เฝ้ารอผู้คนที่จะมาท้าทาย
สำหรับพวกมันทุกคน…วันนี้นับเป็นวันสำคัญที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย! พวกมันจะมีชื่ออยู่ในรายนามยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องหรือไม่ ก็ต้องดูว่าพวกมันจะยืนอยู่บนเวทีประลองได้จนจบวันหรือเปล่า!!
ในบรรดา 10 คน มี 3 คนที่สงบนิ่งไม่คล้ายตื่นเต้นอะไร
3 คนดังกล่าวได้แก่ หลวงจีนเนื้อสุรา อวี้ชวีจื่อ และหยินชวีจื่อ..2 คนแรกพลังฝีมือบรรลุเซียนขัดเกลาขั้นกลาง และประหนึ่งพวกมันจะถูกกำหนดให้มีชื่อในรายนามยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องแล้วก็ไม่ปาน ส่วนหยินชวีจื่อแม้จะเป็นเซียนขัดเกลาขั้นต้น ทว่าด้วยพลังฝีมือของมัน เกรงว่าคงมีโอกาสสูงที่จะติดโผในรายนามยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง!
ส่วนใน 7 คนที่เหลือ ผู้ที่เผยสีหน้าเคร่งเครียดและเป็นกังวลมากที่สุด ก็คือคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องทั้ง 2 อันมีพลังฝึกปรืออยู่ในขอบเขตเซียนขัดเกลาขั้นต้น…