วัดฟ่านเทียนตอนนี้อาจเทียบกับ คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง คฤหาสน์ข้ามฟ้า และคฤหาสน์คลื่นคลั่งไม่ได้ แต่เกรงว่าหากเวลาผันผ่านไปอีกสักไม่กี่สิบปี ยามที่หลวงจีนลายบุปผาและหลวงจีนเนื้อสุราเติบโตเต็มศักยภาพ ทั้งคู่อาจนำพาให้วัดฟ่านเทียนยกระดับกลายเป็นขุมพลังชั้น 4 ได้!
อันที่จริงตอนนี้ไม่ใช่แค่เริ่นจงกับหลิวหงกวงที่รู้สึกกดดันเท่านั้น
ผู้ที่รู้สึกกดดันมากที่สุดย่อมเป็น ฉีเสิ่น อาวุโสหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง!
ตอนนี้เมื่อฉีเสิ่นมองไปยังหลวงจีนเนื้อสุรา แม้จะไม่ชัดเจน แต่ในแววตาของมันกลับเผยเจตนาสังหารออกมาให้เห็นรางๆ!
เมื่อเห็นพลังฝึกปรือของหลวงจีนเนื้อสุรา ในใจมันบังเกิดจิตฆ่าฟันขึ้นมาทันที
หากเป็นคฤหาสน์ข้ามฟ้ากับคฤหาสน์คลื่นคลั่งมียอดฝีมือระดับนี้มันคงไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เพราะเป็นขุมพลังชั้น 4 ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง อย่างไรก็ตามกับวัดฟ่านเทียนนั้นเรื่องราวต่างออกไปแล้ว เพราะหากวัดฟ่านเทียนทะยานขึ้นมาจริงๆ คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องของมันจะตกที่นั่งลำบากทันที ดั่งคำว่า “1 ภู มิอาจรองรับ 2 พยัคฆ์”
(1 ภู มิอาจรองรับ 2 พยัคฆ์ ก็เหมือนๆกับ เสือ 2 ตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้)
‘ดูเหมือนว่าหลังจบการประลองยอดนักรบครานี้ สมควรแก่เวลาที่จะส่งคนไปเก็บหลวงจีนลายบุปผากับหลวงจีนเนื้อสุรานั่นได้เสียที…’
ฉีเสิ่นลอบกล่าวในใจ