หยินชวีจื่อ ในฐานะผู้บำเพ็ญเต๋าหนทางมาร มันไม่เคยคิดออมรั้งยั้งมือให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่คนของศาลเจ้าชุนหยาง! อย่างไรก็ตามเนื่องจากฉีกังมาจากขุมพลังชั้น 4 อย่างคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง มันจึงไม่มีหนทางเลือกอื่นนอกจะเผยความเมตตา..เว้นเสียแต่มันจะไม่กลัวฉุดลากศาลเจ้าชุนหยางให้ล่มจมไปกับมัน!
บางทีคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอาจไม่ทำอะไรกับมันตอนนี้ เพราะการประลองวันนี้ไม่สนเป็นตาย อนิจจาผู้ใดจะไปล่วงรู้ว่าหลังจบการประลองไปแล้วอีกฝ่ายจะมาหาความอะไรจากมันหรือไม่?
ในฐานะที่เป็นขุมพลังชั้น 5 ย่อมไร้ซึ่งพลังอำนาจจะต้านทานขุมพลังชั้น 4!
“ในพจนานุกรมของข้าฉีกัง มิมีคำว่า ยอมแพ้!!”
เมื่อได้ยินวาจาปรามาสทั้งสายตาเหยียดหยัน ฉีกังพลันตะโกนออกมาด้วยโทสะ!
“หืม?”
แค่เซียนดั้งเดิมขั้นสูงสุดแสนกระจ้อยร่อย กลับกล้าตะโกนเสียงดังใส่หน้าของมัน นับว่าเป็นการกระตุ้นเร้าจิตอำมหิตโดยสันดารของผู้ฝึกมารอย่างหยินชวีจื่อขึ้นมาทันที! สองตาพลันเปล่งประกายเยียบเย็นก่อนที่จะเริ่มกลับกลายเป็นสีแดงฉาน!!
“หยินชวีจื่อ เพลามือด้วย”
ทว่าทันใดนั้นเองเสียงของจิ้งชวีจื่อพลันดังขึ้นในหูของหยินชวีจื่อ
ขณะเดียวกันคนจากศาลเจ้าชุนหยางคนอื่นๆ ก็เร่งส่งเสียงผ่านปราณมากล่าวเตือนมันเช่นกัน
นิสัยและอารมณ์ของหยินชวีจื่อพวกมันไหนเลยจะไม่รู้ได้ น่ากลัวยามของขึ้นแล้ว…เหตุผลอันใดล้วนไร้สำคัญ!