ดังนั้นสำหรับจานค่ายกลแล้ว ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้รีบร้อนอยากได้ แต่เขาก็ยังหวังให้ผู้เฒ่าหั่วซ่อมมันได้โดยโดยใช้เวลาไม่นานนัก เพราะสุดท้ายแล้วมันก็อาจมีประโยชน์กับเขาในสักวัน
“ผลของค่ายกลนี้จักมิเหมือนจริงเกินไปหน่อยหรือ?”
“ช่างน่าทึ่งนัก! ข้ารู้สึกเหมือนกับกำลังเหยียบพื้นอยู่จริงๆ…ลองก้มไปแตะๆลูบๆดู ก็ให้สัมผัสคล้ายผิวเรียบลื่นของเม็ดหมากนัก!”
“แน่นอนว่าใต้ฝ่าเท้าเรามิได้มีเม็ดหมากหรือกระดานหมากหลิงหลงใดๆทั้งสิ้น ทั้งหมดก็แค่ภาพลวงตา หากแต่จุดที่พวกเราสัมผัสสมควรเป็นพลังงานจากค่ายกลที่ควบแน่นจนมีสภาพ! เกิดมาได้เห็นค่ายกลยอดเยี่ยมเช่นนี้ ข้าตายก็ไม่เสียดายแล้ว!!””
“แล้วเม็ดหมากทั้ง 10 นี่จะเป็นเวทีประลองจัดอันดับสุดยอดนักรบงั้นหรือ?”
……
ด้วยเสียงกระซิบอื้ออึงที่ดังระงม ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็หายจากอาการเหม่อ สติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าการประลองยอดนักรบครั้งนี้จะมีผู้ดูแล 2 คน แต่นอกจากกล่าวแนะนำตัวแล้ว ด้านหลิวหงกวงก็เงียบไปเลย ทั้งหมดล้วนเป็นเริ่นจงที่กล่าวอธิบายรายละเอียดออกมาเพียงคนเดียว
ด้านหลิวหงกวงจึงคล้ายถูกผู้คนลืมเลือนไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวกลับไม่ทุกข์ร้อนหรือแยแสอะไร ยังคงลอยร่างข้างเริ่นจงเงียบๆเหมือนเดิม