“หากเทียบกับอาวุโสหลักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง รวมถึงรองผู้นำคฤหาสน์ข้ามฟ้า! อาวุโสลำดับ 2 ของคฤหาสน์คลื่นคลั่งยังนับเป็นอันใดได้…!! ข้ามิเข้าใจจริงๆ ว่าคฤหาสน์คลื่นคลั่งคิดอันใดอยู่กันแน่ ถึงได้ส่งมาแค่ผู้อาวุโสลำดับ 2 เช่นนี้!?”
“นั่นสิ อาวุโสลำดับที่ 2 จะควบคุมดูแลการประลองให้ดีได้อย่างไร”
“เฮ่อ! เช่นนั้นการประลองยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องพวกเราวันนี้ผู้มีอำนาจคานกับอาวุโสหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ก็มีแค่รองผู้นำเริ่นคนเดียวแล้วสิ? แล้วนี่ถ้าหากรองผู้นำเริ่นไม่ได้อยู่ใกล้หรือสังเกตเห็น ผู้ใดจะหยุดคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจากการทำผิดกฏได้เล่า กระทั่งหากอาวุโสหลักลงมือทำผิดกฏเสียเอง แล้วอาวุโสลำดับที่ 2 จะมีปัญญาหยุดหรือ?”
“ฮัยยา! ข้าว่าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นโดยที่รองผู้นำเริ่นไม่เห็น ต่อให้อาวุโสลำดับที่ 2 ของคฤหาสน์คลื่นคลั่งเห็น ก็คงปล่อยให้อยุติธรรมบังเกิดไปเช่นนั้นแล้วล่ะ…พลังฝีมือเท่านี้จะลงมือทำอะไรได้ตอนเกิดปัญหา!”
……
เมื่อเห็นว่าหลิวหงกวงไม่แม้แต่จะสนใจคำซุบซิบนินทา ทั้งหลายได้ทีก็ยิ่งเอาใหญ่ กล่าวกันสนุกปากได้อีก
ส่วนหลิวหงกวงที่ลอยร่างเหนือกระดานหมากหลิงหลงยังคงเฉยเมยไม่แยแส คล้ายไม่ได้ยินวาจานินทาจากผู้คนแม้แต่น้อย
แต่อันที่จริงด้วยด่านพลังฝึกปรือของมัน ย่อมสามารถได้ยินทุกวาจาของผู้คนชัดเจน ต่อให้กระซิบเบากว่านี้ก็ตามที!
เช่นนั้นที่มันยังคงสงบก็เพราะมันไม่ได้สนใจจริงๆ!