หากกล่าวถามว่า ยังจะมีผู้ใดนอกจากคนรู้จักและคุ้นเคยกับหลิวหงกวง แล้วไม่เห็นด้วยกับคำซุบซิบนินทาของผู้อื่น ต้องตอบเลยว่ามีเหลือไม่กี่คนเท่านั้น แต่ยังมีต้วนหลิงเทียนรวมอยู่ในนั้นด้วย
เพราะต้วนหลิงเทียนสังเกตเห็นได้ชัดเจน ยามที่ขุมพลังชั้น 4 ไปเข้าที่พักนั้น อาวุโสหลักอย่างฉีเสิ่นไม่เพียงแต่สุภาพกับรองผู้นำคฤหาสน์ข้ามฟ้าเท่านั้น แต่กับหลิวหงกวงเองก็ยังมีทีท่าสุภาพนอบน้อมไม่ต่างกันเลย!
ในฐานะที่เป็นขุมพลังชั้นเดียวกัน ฉีเสิ่นที่มีฐานะอาวุโสหลัก…ต่อให้เป็นเจ้าภาพทว่ากับอาวุโสลำดับ 2 แบบนั้น หากเห็นว่าหลิวหงกวงอ่อนแอกว่าก็คงไม่มีทีท่าสุภาพนอบน้อมเช่นนี้!!
เพราะสุดท้ายแล้วโลกนี้ผู้มีพลังฝีมือเป็นที่สุด
ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้ที่มีฐานะทางสังคมเหนือกว่า จะมาสุภาพอ่อนน้อมกับผู้ที่ด้อยกว่าทั้งฐานะและวัย!
คล้ายกับต้วนหลิงเทียน บรรดาผู้ที่คิดอ่านเช่นนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือของขุมพลังชั้น 4 ทั้ง 3 รวมถึงยอดฝีมือของขุมพลังชั้น 5 ทั้ง 3 ไม่เว้นพวกงหลวงจีนลายบุปผา จิ้งชวีจือ และจงกู้ด้วย
จากสีหน้าแววตาของพวกมัน เห็นชัดว่าไม่เห็นด้วยกับคำซุบซิบนินทาของผู้อื่นโดยรอบ
“ทุกคน! ให้ข้าพูดอะไรสักคำเถอะ!!”
ในขณะที่สถานการณ์เริ่มเกินควบคุมนั้นเอง เริ่นจงรองผู้นำคฤหาสน์ข้ามฟ้าก็กล่าววาจาออกมา แถมเสียงมันยังควบแน่นไปด้วยปราณแรกกำเนิด ทำให้ดังพอจะสะกดทุกคน!