ทว่าในขณะที่มันกำลังจะอธิบายออกมาอีกครั้ง หลิวหงกวงที่อยู่ข้างๆ พลันกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “ช่างเถอะเหล่าเหริน…ข้ามิได้สนใจอะไร ท่านก็อย่าได้ใส่ใจไปเลย แต่อย่างไรเสียข้าก็ขอขอบคุณน้ำใจของท่านมาก”
ในเมื่อหลิวหงกวงกล่าวออกมาเองเช่นนี้ เริ่นจงจึงไม่คิดจะพูดอะไรออกมาอีก
“หงกวง เจ้ายังนิ่งยิ่งกว่าผู้ชราเช่นข้าเสียอีก…”
สุดท้ายเริ่นจงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์สะทกสะท้อน
อย่างไรก็ตามวันนี้เรื่องที่สำคัญก็คือการประลองจัดอันดับสุดยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง
ดังนั้นพอเวลาผ่านไปสักพัก ผู้คนก็เลิกซุบซิบนินทาหลิวหงกวงไปเอง
ความสนใจของุทกคนกลับมาอยู่ที่การประลองแทน
“ทุกคนฟัง”
เมื่อแสงแรกของวันสาดส่องออกมาขับไล่ความมืดมิดในหุบเขาจนหมดสิ้นไม่มีเหลือ เริ่นจง หนึ่งในผู้ดำเนินการจัดการประลอง พลันกล่าวออกมาทันที “วันนี้เป็นวันแรกของการประลองยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง…ข้าแน่ใจว่าทุกคนสมควรรับทราบกฏกติกาในการประลองกันมาก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามข้าเชื่อว่ายังมีคนที่มิคุ้นเคยกับกฏอยู่เช่นกัน”
“เช่นนั้นตอนนี้ข้าจะกล่าวถึงกฏการประลองให้ทั้งหมดฟังอีกครั้ง จักได้เข้าใจตรงกัน”
เมื่อเกริ่นจบคำแล้ว เริ่นจง ก็เริ่มอธิบายกฏกติกาการประลองให้ทุกคนฟัง
ช่วงๆแรกที่อีกฝ่ายกล่าวออกมา ก็คือกฏเบื้องต้นที่ต้วนหลิงเทียนรู้มาแล้ว
การประลองจัดอันดับยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง จะดำเนินในรูปแบบการประลองที่ไม่สนว่าจะอยู่หรือตาย!