“นายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องของพวกเรา ได้ออกเดินทางไปฝึกฝนนอกคฤหาสน์…การประลองสุดยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องคราวนี้ นายน้อยเราย่อมมาแน่…ไม่ลำบากให้พวกเจ้าทุกคนต้องเป็นห่วง!!”
สุดท้ายฉีเสิ่นก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
ทันทีที่มันกล่าวจบ เสียงของมันก็ควบผนึกไปกับปราณแรกกำเนิดกึกก้องไปทั่วหุบเขาหลิงหลง
ตอนนี้ผู้คนที่กำลังกล่าวนินทากันอยู่ก็จำต้องหุบปากลงทันที
เพราะพวกมันสัมผัสได้ถึงโทสะอารมณ์ที่แฝงเร้นมาในน้ำเสียง!
แน่นอนว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้ดีว่าตอนนี้มียอดฝีมือจากขุมพลังชั้น 4 อื่นมาควบคุมสถานการณ์ และอาวุโสของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องก็ไม่กล้าทำอะไรข้ามหน้าข้ามตา พวกมันจึงยังกระซิบกล่าวนินทากันต่อ!
เนื้อหาที่กระซิบนินทาก็ไม่พ้นเรื่องฉีจิ้ง นายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง
“อาวุโสฉีเสิ่น ดูเหมือนว่านายน้อยของพวกท่าน คงมาถึงหลังจากที่เริ่มประลองไปแล้ว?”
ตอนนี้ซ้ายมือของกลุ่มคนที่มาพร้อมอาวุโสหลักอย่างฉีเสิ่น ปรากฏร่างชายชราคนหนึ่งกล่าวออกด้วยรอยยิ้ม
ชายชราผู้นี้มาในชุดจอมยุทธ์ผ้าเนื้อดีสีเขียว ในมือถือไว้ด้วยไม้เท้า แววตารอยยิ้มแลดูอ่อนโยนประหนึ่งคุณตาใจดีข้างบ้าน…
ฉีเสิ่นที่ได้ยินวาจานี้ทำได้แค่ยิ้นเจื่อนๆตอบไปเท่านั้น “สมควรเป็นเช่นนั้นแล้ว”
“พวกท่านทั้งสองไปพักผ่อนด้านนั้นก่อนเถอะ”