“เรื่องนี้จะว่าไปมันก็นะ…เจ้าพูดอีกก็ถูกอีก! หากฉีจิ้งทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นกลางแต่จงกู้ไม่ ก็คงยากจะสู้กันได้”
……
ภายในหุบเขาหลิงหลง ผู้คนสนทนาออกความเห็นกันใหญ่ หัวข้อก็ไม่พ้นพวกหลวงจีนลายบุปผา จงกู้ จิ้งชวีจื่อ และฉีจิ้ง
เรียกว่าวันนี้ทั้ง 4 เป็นดั่งตัวละครเอกในการประลองคราวนี้!
หลังจากที่กลุ่มคนของวัดฟ่านเทียนโรยตัวลงมาถึงบริเวณยอดเขาที่คนของวัดฟ่านเทียนล่วงหน้ามาตระเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันก่อน ทั้งหมดก็เริ่มแยกย้ายหาที่นั่งพักทันที แต่มีหลวงจีนรูปหนึ่งที่ไม่ได้นั่งพักเหมือนชาวบ้าน หากแต่หันรีหันขวางมองสำรวจไปทั่ว
เป็นหลวงจีนลายบุปผานั่นเอง และตอนนี้มันก็กำลังจับจ้องไปยังร่างๆหนึ่งที่เตะตาพิกล
เป็นชายหนุ่มอันมีใบหน้าท่าทางเย็นชาห่างเหิน ยืนกอดอกโดยในมือถือกระบี่แลดูธรรมดาสามัญไว้เล่มหนึ่ง สภาวะกลมกลืนไปกับธรรมชาติโดยรอบ มองไปเห็นมีอยู่แต่คล้ายไม่มีอยู่
เหตุผลที่มันรู้สึกสนใจร่างๆนี้ ก็เพราะความนิ่งสงบไม่นำพาใดๆของอีกฝ่าย
หลวงจีนลายบุปผาสัมผัสได้ชัด ว่าตอนที่วัดฟ่านเทียนของพวกมันมาถึง มีเพียงชายหนุ่มผู้นี้คนเดียวที่ไม่ได้สนใจอะไรเลย ราวกับเมินการมาถึงของพวกมันไปอยน่างสิ้นเชิง…
แน่นอนว่าบางทีอาจเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่แยแสพวกมัน
เพราะจากสภาวะร่างของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่ายังไม่ได้ปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ลงอย่างสมบูรณ์