หลังจากได้ยินคำของชายหนุ่มหลังค่อม สองตาของฉีจิ้งก็ทอแสงสว่างวาบขึ้นมาทันที
“จริงด้วย! เจ้ากล่าวถูกต้อง…นับประสาอะไรกับผู้ครองตราผนึกมารยังเป็นสู่เซียน ตอให้มันเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตเซียน ก็ใช่ว่าจะต้องเป็นศัตรูกับข้าเสียหน่อย! มันจะมามีเรื่องกับข้าทำอะไร!!”
ดั่งคำที่ว่า ‘คนเล่นงุนงง คนดูหูตาสว่าง’ ฉีจิ้งพอได้รับคำกล่าวเตือนจากชายหนุ่มหลังค่อม ก็กลับมามีสติแจ่มใสอีกครั้ง
“จะว่าไป คนที่เรียกว่าต้วนหลิงเทียนนั่นก็นับว่ามีโชคนัก ถึงขั้นพบยอดศาสตราเซียนในตำนานอย่างตราผนึกมารเช่นนี้ได้”
ชายหนุ่มหลังค่อมแลดูอิจฉาไม่น้อย
“แล้วอย่างไรเล่า ครอบครองตราผนึกมารเช่นนี้ น่ากลัวอีกไม่นานยอดฝีมือทั่วดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าจะได้ออกล่าตัวมันให้ควั่ก เช่นนั้นมันไม่ซ่อนตัวก็ต้องตาย…ถึงไม่ซ่อน แต่ก็ยากที่มันจะใช้ตราผนึกมารได้อย่างเปิดเผย”
ฉีจิ้งกล่าวค่อนแคะออกมา
อย่างไรก็ตามในน้ำเสียงก็แฝงความอิจฉาไม่น้อย
โชควาสนาของคนที่เรียกว่าต้วนหลิงเทียน นับว่าทำให้มันอิจฉาแทบตายแล้วจริงๆ ยังกลายเป็นความเกลียดชังในระดับหนึ่ง
หากแต่ฉีจิ้งคงไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าต้วนหลิงเทียนที่ว่า ไม่เพียงแต่จะไม่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกับมัน แต่ยังรอนแรมเดินทางมาถึงเขตอิทธิพลหลัก เพื่อฆ่ามันในการประลองจัดอันดับสุดยอดนักรบเป็นที่เรียบร้อย!