เพราะขุมพลังกึ่งชั้น 3 ที่ส่งยอดฝีมือออกมาผนึกกำลังกันยามนั้น มีคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องรวมอยู่ด้วย…ตอนนั้นคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องไม่ใช่ขุมพลังชั้น 4 อย่างทุกวันนี้แต่เป็นขุมพลังกึ่งชั้น 3!
และการที่คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเป็นขุมพลังกึ่งชั้น 3 ได้ ล้วนเป็นเพราะพลังฝีมือของยอดฝีมือผู้นั้น
โชคร้ายในการปะทะกับยอดฝีมือฝ่ายมารครั้งนั้น ยอดฝีมือที่พลาดท่าเสียทีตกตายไปหนึ่งในนั้นก็คือยอดฝีมือของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ทำให้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องสูญเสียเสาหลักที่แข็งแกร่งที่สุดไป
ตอนแรกเพราะความเคารพที่มีต่อคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง แม้ผู้คนในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าจะรู้ว่าคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องสูญเสียคุณสมบัติในฐานะขุมพลังกึ่งชั้น 3 ไปแล้ว แต่ก็ไม่มีใครฉวยโอกาสมารุกรานช่วงชิงวาสนา
อนิจจากาลเวลาผ่านไป ใจคนแปรเปลี่ยน
ความเคารพในการเสียสละของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องก็ค่อยๆจางหายไปทีละน้อย เรียกว่าหลังจากนั้นผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วอายุคน ก็เหลือคนที่เคารพคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องแค่เพียงหยิบมือ และยอดฝีมือของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องที่เคยร้ายกาจในวันวานก็ชรามากแล้ว
เหล่าผู้ชราทั้งหลาย ยามเมื่อถึงบั้นปลายก็แยกย้ายกันไปทั่วดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า บ้างก็คิดก่อตั้งตระกูลของตัว บ้างก็ไปสร้างอนุสรณ์สถานของตัว