“หากข้าได้เป็นผู้นำคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องต่อจากท่านพ่อเมื่อไหร่ สักวันข้าจะทำให้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วลองเป็นขุมพลังที่ร้ายกาจที่สุดในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าให้จงได้!!”
สองตาฉีจิ้งทอประกายสว่างวาบ รำพันออกมาเสียงเข้ม
เหตุผลที่มันหาญกล้ากล่าววาจาทำนองนี้ เพราะเคล็ดวิชาบ่มเพาะ มารกลืนหยิน ในมือ!
มารกลืนหยิน นั้นสำหรับคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องแล้ว นับเป็นเคล็ดวิชาต้องห้ามอย่างแท้จริง!
โดยปกติแล้ว ฉีจิ้ง ในฐานะนายน้อยของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ทันทีที่มันได้รับเคล็ดวิชามารกลืนหยินนี้มา สิ่งแรกที่มันควรทำคือมอบให้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง เพื่อนำไปทำลายให้สิ้นซาก!
เพราะสุดท้ายแล้ว ก็เป็นเคล็ดอวิชชานี้ที่ทำให้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องต้องสูญเสียสุดยอดฝีมือ จนทำให้ตกต่ำลงเรื่อยๆ
อนิจจาด้วยความหลงไหลในพลังอำนาจของเคล็ดมารกลืนหยิน ทำให้ฉีจิ้งใจไม่แข็งพอที่จะส่งมันให้ตระกูลเพื่อทำลาย และเลือกที่จะเก็บเอาไว้กับตัว
ตอนแรกแม้มันจะมีเคล็ดมารกลืนหยินเก็บไว้กับตัวมันก็ไม่คิดฝึกปรือแต่อย่างไร เพราะไม่อาจตัดสินใจได้
จนกระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ มีข้อความแพร่กระจายไปทั่วคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง จึงทำให้มันตัดสินใจได้ทันที
ข้อความประโยคนั้น กล่าวไปก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อผู้อื่นมากนัก
กระทั่งหากเป็นฉีจิ้งที่ไม่มีเคล็ดมารกลืนหยินอยู่ในมือ แม้มันอาจจะไม่พอใจข้อความประโยคนั้น แต่มันก็คงไม่สนใจอะไรมากมาย