“มิผิด! เห็นว่ามันปรากฏขึ้นในพื้นที่อิทธิพลของคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวน ยังกล่าวว่าผู้ฝึกตนในขอบเขตครึ่งก้าวเซียน ใช้ตราผนึกมารนั่นฆ่าผู้ฝึกมารขอบเขตเซียนดั้งเดิมได้ในชั่วพริบตา ยังง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ!!”
“สวรรค์! ครึ่งก้าวเซียนกลับฆ่าผู้ฝึกมารขอบเขตเซียนดั้งเดิมได้ได้ชั่วพริบตา…ท่าทางข่าวลือของตราผนึกมารจักมิใช่เรื่องเหลวไหลแล้ว มันมีอานุภาพต่อผู้ฝึกมารใหญ่หลวงนัก!”
“หากข้าได้ตราผนึกมารมาครองล่ะก็ ต่อให้เป็นผู้ฝึกมารขอบเขตเซียนขัดเกลาก็ไม่นับเป็นตัวอะไรในสายตาข้า!!”
“ฮึ่ม! อาศัยพลังฝึกปรือแค่ครึ่งก้าวเซียนถือดีอันใดมาครอบครองตราผนึกมาร!? หากข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ใด ข้าจะออกไปฆ่ามันให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ ตราผนึกมารนั่นจักได้ตกเป็นของข้า!!”
“เลิกฝันเถอะ…ปัญญาจะพบตัวยังไม่มี นับประสาอะไรกับฆ่า”
……
วาจาทำนองนี้ดังไปทั่วเขตอิทธิพลคฤหาสน์คลื่นขจี ไม่ว่าใครก็ตามที่รู้เรื่องตราผนึกมารก็อยากได้อยากมีด้วยกันแทบทั้งนั้น
บางคนก็อยากได้ไว้ใช้ บางคนรู้ดีว่าไม่มีทาง บางคนก็กล่าวกันเอาสนุกสนาน
บ้างก็ประเมินตัวเองสูงไป กล่าวว่าจะหาตัวต้วนหลิงเทียนให้เจอใน 3 วัน 7 วันแล้วฆ่าชิงตราผนึกมารมาเสีย
เรียกว่าตอนนี้ยอดฝีมือมากมายล้วนให้ความสนใจในผู้ฝึกตนครึ่งก้าวเซียนนามต้วนหลิงเทียนกันยกใหญ่
ข่าวที่แพร่มาจากคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวนนี้ ก็ทำให้คฤหาสน์คลื่นขจีสกุลหานคึกคักขึ้นมาไม่น้อย