หานเจิ้งเทียนลอบกล่าวในใจ
‘ว่าแต่มีชายหนุ่มแปลกหน้ามาอยู่กับเฉวี่ยไน่หรือ? มิใช่นางปฏิเสธไม่พบใครหรือไร ไฉนถึงให้ใครไม่รู้มาอยู่ด้วยได้…บุรุษผู้นั้นที่แท้เป็นใครกันแน่?’
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หานเจิ้งเทียนจึงไปหาเฉวี่ยไน่ทันที
“ท่านพ่อ”
เมื่อเห็นหานเจิ้งเทียนมาหา หานเฉวี่ยไน่ก็ไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อย “พวกหานเค่อกับอาวุโสคนอื่นๆ มันไปกดดันท่านมาหรือ?”
“ยาโถวน้อยเจ้าฉลาดยิ่ง ดูเหมือนว่าที่แท้พวกมันจะมาหาเจ้าก่อนมาหาพ่อสินะ?”
ในแววตาหานเจิ้งเทียนเผยประกายเย็นเยือกวูบวาบขึ้นมา มันรย่อมเดาได้ทันทีว่าไม่พ้นหานเค่อและคนอื่นๆต้องมารังควาญลูกสาวมันแล้วเป็นแน่
“ท่านพ่อท่านคงมิได้มาหาข้าเพื่อโน้มน้าวอะไรข้าหรอกนะ…”
หานเฉวี่ยไน่กล่าวถามออกมา หากแต่พอกล่าวถามจบคำนางก็บังเกิดความเสียใจทันที
บิดาของนางกระทั่งยินดีสละทุกสิ่งให้นางหนีไป แล้วจะมากล่าวให้นางขับไล่ต้วนหลิงเทียนออกไปเพราะวาจาเหลวไหลของผู้อื่นได้อย่างไร?
“เด็กโง่…”
หานเจิ้งเทียนส่ายหัวไปมา แน่นอนว่ามันรู้ดีว่าบุตรีมันมักกล่าววาจาตรงๆแถมปากไวไม่เกรงใจใคร มันจึงไม่ได้สนใจอะไรมากมาย
“ท่านพ่อ ข้าขอโทษ”
หานเฉวี่ยไน่กล่าวขอโทษออกมาหน้าซึม
“เจ้าเป็นลูกสาวของพ่อยังจะมาขอโทษพ่อทำอะไร…อย่างไรก็ตามพ่อยังอยากรู้นักว่าใครกันที่ลูกสาวคนดีของพ่อถึงขั้นใจกว้างยอมให้อยู่ในบ้านด้วยเช่นนี้…ที่สำคัญยังอยู่มาเดือนนึงแล้ว”