นับว่าเป็นครั้งแรกเลยจริงๆ ที่หานเจิ้งเทียนเห็นบุตรีคนเดียวแลดูขึงขังจริงจังขนาดนี้ รอยยิ้มของมันจึงหายไปและพยักหน้ารับอย่างเป็นการเป็นงาน “เอาล่ะๆ ข้าสัญญากับเจ้า มิว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่สร้างปัญหาให้พี่ใหญ่หลิงเทียนของเจ้าเด็ดขาด!”
“ท่านต้องสัญญาว่า จะไม่แย่งสิ่งของที่พี่ใหญ่มีด้วย!!”
หานเฉวี่ยไน่กล่าวเพิ่มเติม
“ยาโถวน้อยนี่เห็นบิดาเป็นโจรลักขโมยไปแล้วหรือไร…สิ่งของอันใดจากทวีปมนุษย์ ที่พ่อในฐานะผู้นำคฤหาสน์คลื่นขจีจะอยากได้ถึงขั้นต้องแย่งชิง?”
หานเจิ้งเทียนส่ายหัวไปมาอย่างไม่เข้าใจจริงๆ
“ไม่รู้ล่ะ ท่านพ่อต้องสัญญามาก่อน”
อย่างไรก้ตามหานเฉวี่ยไน่ยังคงดื้อดิงอย่างเอาจริงเอาจัง
“ก็ได้ๆ พ่อสัญญากับเจ้า พ่อจะไม่แย่งชิงอะไรของพี่ใหญ่หลิงเทียนเจ้ามาแน่ ดีหรือไม่?”
แม้น้ำเสียงของหานเจิ้งเทียนจะเผยความจนปัญญาไม่น้อย แต่ในแววตายามมองไปยังหานเฉวี่ยไน่ก็เต็มไปด้วยความรักความอ่อนโยน
เมื่อเห็นหานเจิ้งเทียนสัญญามาแล้ว หานเฉวี่ยไน่ก็พอได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นค่อยเล่าเรื่องของต้วนหลิงเทียนออกมา รวมถึงเรื่องตราผนึกมารด้วย
“อะไร! ตราผนึกมาร!?”
เรียกว่าพอได้ยินเรื่องนี้ ลูกตาของหานเจิ้งเทียนก็หดเล็กลงทันที
ถึงแม้ว่าหานเจิ้งเทียนจะแปลกใจกับทุกเรื่องที่บุตรีของมันเล่าออกมา แต่นับว่าทุกเรื่องราว..ถูกเรื่องของตราผนึกมารกลบเสียมิด!